⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 202/2463

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2463

ย่อคำพิพากษา

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กรรมการตรวจฎีกาโจทย์ อุทธรณคำพิพากษาศาล อุทธรณข้าหลวงพิเศษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตำบลบางพลับ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง โดยกล่าวว่าที่รายนี้เปนของนายสอนบิดาโจทย์จำเลย นายสอนได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่โจทย์ บัดนี้นายสอนตายแล้ว จำเลยทำความรำคานต่าง ๆ โจทย์ไม่พอใจให้จำเลยอยู่ในที่รายนี้ต่อไป ฯ จำเลยให้การต่อสู้ว่าพินัยกรรมที่โจทย์อ้างใช้ไม่ได้ตามกฎหมายจำเลยมีส่วนเปนเจ้าของปกครองอยู่ในที่รายนี้ โจทย์ไม่มีอำนาจขับไล่ ฯ ศาลจังหวัดอ่างทองพิจารณาเห็นว่า ที่รายนี้นายสอนผู้เปนเจ้าของได้ทำพินัยกรรมให้โจทย์โดยถูกต้อง พินัยกรรมที่โจทย์อ้างฟังได้ตามกฎหมาย จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย แลให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมและค่าทนาย ๒๕ บาทแทนโจทย์ ฯ จำเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่าพินัยกรรมของนายสอนที่โจทย์อ้างยังไม่ควรฟังเปนหลักฐานตามกฎหมาย จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลเดิม แลยกฟ้องของโจทย์เสีย ให้โจทย์เสียค่าธรรมเนียมกับค่าทนาย ๓๕ บาทแทนจำเลย ฯ โจทย์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแลประชุมปฤกษาเห็นว่าคดีนี้มีปัญหาที่เถียงกันอยู่ข้อเดียวว่า พินัยกรรมของนายสอนที่โจทย์อ้างฟังได้ตามกฎหมายฤาไม่ ข้อที่จำเลยยกขึ้นคัดค้านพินัยกรรมนั้น คือ ว่าเวลาทำพินัยกรรมนายสอนเปนคนชรามีอายุราว ๘๐ ปี แลมีอาการหลงไหล จำเลยนำพยานสืบรวม ๆ ว่าระหว่างเดือนที่นายสอนทำพินัยกรรม นายสอนหลงแลสติไม่ดี แต่พยานจำเลยทุกคนก็รับว่าบางเวลานายสอนก็มีสติดี แลพยานจำเลยไม่มีสักปากเดียวที่อ้างว่าในขณะเวลาทำพินัยกรรมนายสอนไม่มีสติ ส่วนโจทย์ได้นำสืบพยานที่เปนผู้นั่งพินัยกรรมอันรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านแลพระสงฆ์รวม ๔ ปากเบิกความโดยแน่นอนว่า เวลาทำพินัยกรรมนายสอนมีสติดีนอกจากนี้ยังมีนายเปลื้องพยานซึ่งเปนบุตรนายสอน เปนน้องโจทย์จำเลย แลเปนผู้ไม่ได้ส่วนตามพินัยกรรมของนายสอนเหมือนกัน นายเปลื้องเบิกความสมโจทย์ว่า เวลาทำพินัยกรรมนายสอนมีสติดีคำพยานโจทย์จำเลยดังนี้ กรรมการศาลฎีกาเห็นว่าคดีฟังได้โดยไม่มีสงสัย ว่าในขณะทำพินัยกรรมนายสอนมีสติดีไม่หลงไหลดังจำเลยอ้าง ความจริงพยานทั้งสองฝ่ายไม่ได้ขัดกันเลย ไม่จำเปนต้องยกเหตุผลอื่นอันไม่เกี่ยวแก่ประเด็นโดยตรงมาเปนข้อวินิจฉัยให้ยืดยาวที่ศาลจังหวัดอ่างทองพิพากษาคดีฟังตามพินัยกรรมของนายสอน แลให้ขับไล่จำเลยตามฟ้องโจทย์นั้นชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว จึงพร้อมกันพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเสีย แลพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลจังหวัดอ่างทอง ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมกับค่าทนายทั้ง ๓ ศาลเปนเงิน ๑๐๐ บาท แทนโจทย์ ฯ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2463 นางกลีบ นางไปล่ โจทก์ นายปลั่ง นางผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกลีบ นางไปล่ · จำเลย - นายปลั่ง นางผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พระยาเทพวิทุร · พระยาเกษมศุขการี · พระยานครไภยพิเฉท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา