⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 211/2463

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2463

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยพยานหลักฐานที่นำสืบมาในสำนวน

ย่อคำพิพากษา

โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๐ เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งสมคบกันใช้สาตราวุธขู่จะทำร้ายนางสาวหล้าคนเลี้ยงโค แล้วแย่งเอาโคของนายช้อยที่ให้นางสาวหล้าเลี้ยงไป ๑ โคราคา ๒๒ บาท ที่ตำบลดอนหว่าน ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๙๘-๒๙๙ ฯ จำเลยให้การปฏิเสธข้อหา แลต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ฯ ศาลจังหวัดมหาสารคามพิจารณาคดีแล้ว เห็นว่าพยานโจทย์เบิกความต่างกันไม่ควรฟัง จึงพิพากษายกฟ้องโจทย์ปล่อยจำเลยไป ฯ โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่า พยานโจทย์หาได้เบิกความแตกต่างกันไม่ ควร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๐ เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งสมคบกันใช้สาตราวุธขู่จะทำร้ายนางสาวหล้าคนเลี้ยงโค แล้วแย่งเอาโคของนายช้อยที่ให้นางสาวหล้าเลี้ยงไป ๑ โคราคา ๒๒ บาท ที่ตำบลดอนหว่าน ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๙๘-๒๙๙ ฯ จำเลยให้การปฏิเสธข้อหา แลต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ฯ ศาลจังหวัดมหาสารคามพิจารณาคดีแล้ว เห็นว่าพยานโจทย์เบิกความต่างกันไม่ควรฟัง จึงพิพากษายกฟ้องโจทย์ปล่อยจำเลยไป ฯ โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่า พยานโจทย์หาได้เบิกความแตกต่างกันไม่ ควรฟังว่าจำเลยกับพวกเปนผู้ร้ายชิงโครายนี้ไปจริง พิพากษากลับคำพิพากษาเดิม ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๙๙ ฐานชิงทรัพย์มีกำหนด ๓ ปี ฯ จำเลยทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาคัดค้านในข้อเท็จจริง ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนเรื่องนี้แล้ว ได้ความตามคำนางสาวหล้านางสาวเสียงซึ่งเลี้ยงโคอยู่ด้วยกัน เบิกความชัดเจนว่าพยานเคยรู้จักจำเลยมาก่อนแล้ว เมื่อเกิดเหตุนั้นจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งมาขอหมากนางสาวหล้ากิน นางสาวหล้าตอบว่าไม่มี แล้วจำเลยกับพวกก็จูงแลไล่โคที่นางสาวหล้าเลี้ยงนั้นไป ๑ ตัว นางสาวหล้า นางสาวเลียงวิ่งตามจำเลยแล้วร้องบอกว่าอย่าเอาโคไป จำเลยชักมีดจากที่เหน็บเอวพูดขู่จะทำร้ายพยาน พยานมีความกลัวจึงวิ่งมาบอกนางช้อยเจ้าของโค คำพยานที่เบิกความมาแล้วหาแตกต่างกันไม่ ทั้งมีพยานประกอบว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งจูงโคของนางซ้อยไปทางทิศเหนือ ฟังเปนความจริงได้ว่าจำเลยได้ชิงโคของนางซ้อยไปดังข้อหา ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษลงโทษจำเลยฐานยชิงทรัพย์นั้นชอบแล้ว ให้ยกฎีกาของอ้ายก้านจำเลยเสีย ฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2463 อัยการมหาสารคาม โจทก์ นายก้าน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการมหาสารคาม · จำเลย - นายก้าน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ · พระยากฤติกานุกรณกิจ · พระยาหริศจันทรสุวิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา