คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2463
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย:
* เมื่อมีการกู้ยืมเงินโดยมีสัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ยตามธรรมเนียม หากลูกหนี้ผิดนัดชำระดอกเบี้ย เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยที่ค้างชำระได้
* การที่สามีภรรยาหย่าขาดจากกันแล้ว หากหนี้สินเกิดขึ้นก่อนสมรส หรือหนี้สินเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะก่อนสมรส หรือหนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสแต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ หนี้สินนั้นอาจแยกชำระโดยคู่สมรสแต่ละฝ่ายได้
ย่อคำพิพากษา
โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๖ จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ ๑๓๐๐ บาท สัญญาจะให้ดอกเบี้ยตามธรรมเนียม เงินดอกเบี้ยยังค้างที่จำเลย ๙๒๐ บาท ขอให้จำเลยใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยรวม ๒๒๒๐ บาท ฯ
จำเลยให้การรับว่าได้กู้เงินของโจทย์จริง แต่แก้ว่าได้ใช้เงินให้โจทย์แล้ว ทั้งโจทย์ได้พูดกับจำเลยว่าไม่คิดเอาดอกเบี้ย ฯ
ศาลแพ่งแลศาลอุทธรณพิพากษาต้องกันฟังว่า จำเลยหาได้ใช้เงินให้โจทย์ไม่ ให้จำเลยใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยให้โจทย์ ๒๒๒๐ บาท แลปรากฏว่าจำเลยทั้ง ๒ ได้อย่าขาดจากสามีภรรยากันแล้ว ถ้าจะแยกกันใช้ ให้ขุนป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๖ จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทย์ ๑๓๐๐ บาท สัญญาจะให้ดอกเบี้ยตามธรรมเนียม เงินดอกเบี้ยยังค้างที่จำเลย ๙๒๐ บาท ขอให้จำเลยใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยรวม ๒๒๒๐ บาท ฯ
จำเลยให้การรับว่าได้กู้เงินของโจทย์จริง แต่แก้ว่าได้ใช้เงินให้โจทย์แล้ว ทั้งโจทย์ได้พูดกับจำเลยว่าไม่คิดเอาดอกเบี้ย ฯ
ศาลแพ่งแลศาลอุทธรณพิพากษาต้องกันฟังว่า จำเลยหาได้ใช้เงินให้โจทย์ไม่ ให้จำเลยใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยให้โจทย์ ๒๒๒๐ บาท แลปรากฏว่าจำเลยทั้ง ๒ ได้อย่าขาดจากสามีภรรยากันแล้ว ถ้าจะแยกกันใช้ ให้ขุนประสิทธิคดีใช้ ๒ ส่วน นางล้วนใช้ ๑ ส่วน ฯ
ขุนประสิทธิคดีจำเลยทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา ขอให้วินิจฉัยข้อเท็จจริง ว่าจำเลยได้ใช้เงินให้โจทย์แล้ว ทั้งโจทย์ไม่คิดจะเอาดอกเบี้ยที่จำเลย ฯ
กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนเรื่องนี้แล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีเรื่องนี้คงฟังตามที่ศาลล่างพิพากษามานั้น ว่าจำเลยยังไม่ได้ใช้เงินให้โจทย์ เพราะโจทย์ยังถือหนังสือกู้อยู่จำเลยไม่มีหลักฐานอย่างไรว่าโจทย์รับเงินแล้ว ทั้งในหนังสือกู้มีข้อความชัดเจนว่าจำเลยจะใช้ดอกเบี้ยให้โจทย์ตามธรรมเนียมไม่มีเหตุผลอย่างใดจะเปลี่ยนแปลงข้อสัญญานั้นได้ ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยให้โจทย์นั้นชอบแล้วให้ยกฎีกาของจำเลยเสีย ให้จำเลยเสียค่าทนายให้โจทย์ในชั้นฎีกานี้ ๑๐๐ บาท ฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2463
หลวงศรีวรรณกิจ โจทก์
ขุนประสิทธิคดี นางล้วน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงศรีวรรณกิจ · จำเลย - ขุนประสิทธิคดี นางล้วน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ · พระยากฤติกานุกรณกิจ · พระยาหริศจันทรสุวิท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา