⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 446/2468

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2468

ย่อคำพิพากษา

โจทย์ฟ้องว่า ข.จำเลยที่ ๑ เป็นชู้กับ ค.จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นภรรยาโจทย์ ขอให้ปรับไหม ข.แลริบทรัพย์ ค. ได้ความว่าเดิมโจทย์ได้ ค.เป็นอนุภรรยาโดยทางรักใคร่ได้เสียกันเองไม่มีทุนสินสอดขัดหมาก เกิดบุตร์ด้วยกัน ๓ คน เมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้วโจทย์กับ ค.ทะเลาะวิวาทกันขึ้นแล้วโจทย์ก็ละทิ้งมิได้กลับมาเลี้ยงดูอยู่กินกับ ค.อีกต่อมา ค.ได้ ม.เป็นสามีโจทย์ก็ทราบแต่มิได้ว่ากล่าวฤาฟ้องร้องประการใดจน บ.ตาย ภายหลัง ค.มาได้ ข.จำเลยที่ ๑ เป็นสามีดดยเปิดเผยประมาณเกือบปีแล้ว โจทย์จึงได้ฟ้องคดีนี้ ฎีกาวินิจฉัยว่า แม้สำนวนจ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า ข.จำเลยที่ ๑ เป็นชู้กับ ค.จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นภรรยาโจทย์ ขอให้ปรับไหม ข.แลริบทรัพย์ ค. ได้ความว่าเดิมโจทย์ได้ ค.เป็นอนุภรรยาโดยทางรักใคร่ได้เสียกันเองไม่มีทุนสินสอดขัดหมาก เกิดบุตร์ด้วยกัน ๓ คน เมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้วโจทย์กับ ค.ทะเลาะวิวาทกันขึ้นแล้วโจทย์ก็ละทิ้งมิได้กลับมาเลี้ยงดูอยู่กินกับ ค.อีกต่อมา ค.ได้ ม.เป็นสามีโจทย์ก็ทราบแต่มิได้ว่ากล่าวฤาฟ้องร้องประการใดจน บ.ตาย ภายหลัง ค.มาได้ ข.จำเลยที่ ๑ เป็นสามีดดยเปิดเผยประมาณเกือบปีแล้ว โจทย์จึงได้ฟ้องคดีนี้ ฎีกาวินิจฉัยว่า แม้สำนวนจะไม่ปรากฎว่าโจทย์กับ ค.ได้อย่ากันต่อหน้าเถ้าแก่ก็ดี แต่เหตุทั้งหลายเหล่านี้เป็นทางแสดงให้เห็นว่าโจทย์ได้สละละทิ้ง ค.โดยไม่นับว่าเป็นภรรยาแล้ว ก็เป็นอันขาดกันไปเองได้ไม่จำเป็นต้องอย่า จึงให้ยกฟ้องโจทย์ยืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2468 หลวงสรรพสาตร์ศุภกิจ โจทก์ นายแซ่มที่ 1 นางเคลือบที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลวงสรรพสาตร์ศุภกิจ · ล. - นายแซ่มที่ 1 นางเคลือบที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิพากษา · ศรี · พรหม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา