คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2468
ย่อคำพิพากษา
ที่ดิน ชื่อในโฉนดผู้มีชื่อในโฉนดพิภาษกับคนภายนอก กฎหมายปิดปาก ความสันนิษฐานในเรื่องกรรมสิทธิ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมจำเลยทำยอมต่อศาลรับจะใช้เงินให้โจทย์ แล้วไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม โจทย์จึงนำยึดที่ดิน ซึ่งในน่าโฉนดมีชื่อจำเลยกับ ท. ช.รวม ๓ ชื่อ
ท.ช.ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินแปลงนี้ได้มาโดย จ.มารดาทำพินัยกรรมแบ่งส่วนยกให้ ท. ช. แลจำเลย ท. ช.แลจำเลยได้ปกครองกันมาเปนสัดส่วนตามกำหนดในพินัยกรรมประมาณ ๗ ปี ขอให้ศาลแบ่งแยกขายแต่ฉะเพาะส่วนของจำเลยที่ได้ปกครอง
ศาลแพ่งแลศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของ ท. ช. โดยสันนิษฐานว่าคนทั้ง ๓ เปนเจ้าของที่ดินรายนี้เท่า ๆ กัน
ท.ช.ฎีกา
ฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะมีส่วนได้ตามพินัยกรรมรายนี้มากสักเพียงใดก็ดี แต่ผู้ร้องไม่จัดแจงแก้โฉนดแยกส่วนสัดของตน เมื่อคนภายนอกเข้ามาเปนผู้ได้เสียด้วยเช่นนี้ ตามกฎหมายต้องถือว่าผู้ร้องแลจำเลยมีส่วนเท่า ๆ กันตามชื่อในโฉนดผู้ร้องจะเถียงกับเจ้าณี่ซึ่งเปนคนภายนอกไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาของ ท.ช.ผู้ร้องเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2468
นายฮวด โจทก์
นางปราง โพธิแสง ล.
พระภิกษุขุน นายเทียม ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฮวด · ล. - นางปราง โพธิแสง · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - พระภิกษุขุน นายเทียม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มโน · พิชัยญาติ · พิพากษา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา