คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2469
ย่อคำพิพากษา
ที่ดิน ยึดทรัพย์,ขัดทรัพย์,ขายที่ระหว่างยึด,กรรมสิทธิ์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์จำเลยมีคดีพิภาษกัน ๓ เรื่อง แลโจทย์นำยึดที่นารายเดียวกันทั้ง ๓ หน กล่าวคือเมื่อศาลสั่งสอนการยึดในคดีแรกแล้ว โจทย์นำยึดในคดีที่ ๒ ศาลสั่งถอนการยึดในคดีที่ ๒ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๗ แต่เมื่อ ๒ วัน ก่อนศาลสั่งถอนการยึดในคดีที่ ๒ นี้ จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาที่หอฐเบียรที่ดินโอนขายที่รายพิภาษแก่ผู้ร้อง ในคดีที่ ๓ ศาลตัดสินให้จำเลยใช้เงินโจทย์ ฝ่ายจำเลยไม่ใช้ โจทย์จึงขอหมายศาลยึดทรัพย์รายนี้อีก ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โดยอ้างว่าตนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย
ฎีกาเห็นว่า สัญญาที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิภาษให้ผู้ร้องนั้น ได้ทำกันโดยถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะได้โอนกรรมสิทธิในระหว่างที่ทรัพย์ถูกยึดก็ดี แต่เมื่อจำเลยขายที่นาแก่ผู้ร้องแล้ว ก็ได้เอาเงินมาใช้โจทย์ แลศาลได้สั่งถอนการยึดในคดีเรื่องนั้นการก็ต้องเป็นอันเสร็จแล้วกันไป ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการยึดครั้งที่ ๓ เพราะฉนั้นการยึดครั้งที่ ๓ นี้จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากการยึดครั้งที่ ๒ ตัดสินให้ถอนการยึด
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2469
นายหะยีมัศโอดี โจทก์
นายหล่า นายหมด มัศโกดี ล.
นายเปี่ยม สีแป้นพุก ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหะยีมัศโอดี · ล. - นายหล่า นายหมด มัศโกดี · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายเปี่ยม สีแป้นพุก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · พิพากษา · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา