คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2469
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีอาการวิกลจริต แต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าขณะกระทำความผิดจำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือยับยั้งตนเองได้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามกฎหมาย
**หมายเหตุ:** คำพิพากษาฉบับนี้เก่ามากและใช้กฎหมายลักษณอาญา ซึ่งปัจจุบันได้ถูกยกเลิกและใช้ประมวลกฎหมายอาญาแทน หลักกฎหมายที่วางไว้อาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบันทั้งหมด
ย่อคำพิพากษา
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีอาการวิกลจริตจริง แต่ในเวลาจำเลยยิงนายมุ้ยจะมีสติรู้ผิดชอบหรือยับยั้งได้หรือไม่นั้น ไม่มีแพทย์ตรวจในเวลานั้นเพราะฉนั้นศาลฎีกาจึงยกโทษให้แก่จำเลยตามมาตรา ๔๖ แห่งกฎหมายลักษณอาญา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2469
อัยการนครราชสีมา โจทก์
หมื่นนากลางแกล้วกล้า ล.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีอาการวิกลจริตจริง แต่ในเวลาจำเลยยิงนายมุ้ยจะมีสติรู้ผิดชอบหรือยับยั้งได้หรือไม่นั้น ไม่มีแพทย์ตรวจในเวลานั้นเพราะฉนั้นศาลฎีกาจึงยกโทษให้แก่จำเลยตามมาตรา ๔๖ แห่งกฎหมายลักษณอาญา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2469
อัยการนครราชสีมา โจทก์
หมื่นนากลางแกล้วกล้า ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครราชสีมา · ล. - หมื่นนากลางแกล้วกล้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · พิพาก · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา