⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 297/2469

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2469

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของที่ดินที่ไม่มีโฉนดร่วมกัน จะต้องรับผิดชอบในการจำนองเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของร่วมและรู้เห็นยินยอมในการจำนองเท่านั้น โดยภาระการพิสูจน์ว่าเจ้าของร่วมคนใดรู้เห็นยินยอมเป็นหน้าที่ของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

ที่ดิน - ไม่มีโฉนดเจ้าของร่วมที่รู้เห็นในการจำนองเท่านั้นจะต้องรับผิดชอบการที่จะสืบว่าเจ้าของร่วมบางคนรู้เห็นยินยอมด้วยเปนน่าที่ของโจทย์จะต้องสืบให้ประจักษ์แจ่มแจ้งปราศจากสงสัยตัวแทนรู้เหตุการณ์ กฎหมายสันนิษฐานว่าตัวการรู้ด้วยความรู้สึกของพยานบุคคล เทียบฎีกา 307/121.609/121.569/67

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าพระยารณไชยกับจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจำนองที่ดินซึ่งไม่มีโฉนดไว้กับโจทย์แลได้ไถ่ถอนไปแลได้จำนองใหม่เปนลำดับรวมเปน ๓ ครั้ง ๆ ที่ ๑ ที่ดินรายพิภาษกับที่ดินรายอื่นอีก ๕ แปลงเปนเงิน ๑๕๐๐ ชั่ง ครั้งที่ ๒ จำนองที่ดินอีกแปลงหนึ่งเปนเงิน ๔๐๐ ชั่ง ต่อมาพระยารณไชยกับจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจำนองฉบับที่ ๓ ขึ้นโดยสับเปลี่ยนที่ดิน ผลที่สุดคงเหลือที่ดิน ๒ แปลงจำนองเปนเงิน ๓๒๐๐ ชั่งแลในที่ดิน ๒ แปลงนี้จำเลยที่ ๒ เปนเจ้าของร่วมอยู่ด้วย แต่จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ลงชื่อในหนังสือสัญญาจำนอง แลไม่รู้เห็นในการจำนองรายนี้ โจทย์จึงฟ้องขอให้จำเลยไถ่ฤาให้ที่ดินเปนสิทธิแก่โจทย์ จำเลยที่ ๒ ฎีกาคัดค้านว่า ตนไม่ต้องรับผิดชอบในการจำนองนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินที่ไม่มีโฉนดแผนที่ แลได้มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันหลายคน คนหนึ่งซึ่งเปนเจ้าของได้เอาที่ดินทั้งหมดไปจำนองไว้โดยเจ้าของอื่นไม่รู้เห็น แลไม่ได้ลงชื่อในสัญญาจำนองด้วยนั้น ผู้ที่ไม่ได้รู้เห็นไม่ต้องรับผิดชอบ การที่จะให้บุคคลผู้ที่ไม่ได้เปนคู่สัญญาต้องรับผิดชอบตามสัญญาจำนองด้วยแล้ว จะต้องสืบให้เห็นชัดว่าฝ่ายนั้นรู้เห็นแลยินยอมแล้วจึงจะต้องด้วยบทตัดสำนวนมิให้ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ การที่พระยารณไชยสับเปลี่ยนถอนเอาที่ดินอื่น ๆ ซึ่งจำนองไว้ในสัญญาฉบับที่ ๑ แล้วกลับทำสัญญาฉบับที่ ๒ ซึ่งกระทำให้ที่ดินของจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดชอบมากขึ้นนั้น พอที่จะปลดความรับผิดชอบของจำเลยที่ ๒ ในสัญญาต่อไปได้ อีกประการหนึ่ง ตัวแทนก็ได้รู้แล้วว่าจำเลยที่ ๒ เปนเจ้าของที่ดินรายนี้ด้วยแต่หาได้เรียกร้องให้เข้าทำสัญญาอย่างหนึ่งอย่างใดทั้งจำเลยที่ ๒ ก็ไม่ได้อยู่ในขณะที่ทำสัญญาด้วยเช่นนี้ ตัวการจะคัดค้านขึ้นว่าตนไม่รู้ไม่ได้ ต้องสันนิษฐานว่า ตัวการย่อมต้องรู้เหตุการณ์ดีเท่าตัวแทน พยานบุคคลซึ่งฝ่ายใดนำมาสืบนั้น เพียงแต่เท่าที่พยานรู้สึกนั้นจะฟังเปนหลักฐานแห่งความจริงประกอบคดีไม่ได้ การทำสัญญาฤาเอกสารใด ๆ ก็ดี ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ลงชื่อได้รู้เห็นยินยอมแล้วในเอกสารฉบับก่อน ภายหลังมาทำสัญญาใหม่ลบล้างสัญญาเดิมโดยที่ฝ่ายที่ยินยอมไม่รู้เห็นนั้น จะถือว่าเขายินยอมตลอดไปไม่ได้ ศาลฎีกาจึงตัดสินกลับว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดชอบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2469 พระยาบริบรูณ์ ฯ แทนกรมหลวงเพ็ชร์บุรี โจทก์ คุณหญิงหุ่นรณไชยที่ 1 คุณหญิงโต๊ะนรเนติที่ 2 หลวงวุฒิศาสตร์เนติญาณที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระยาบริบรูณ์ ฯ แทนกรมหลวงเพ็ชร์บุรี · 3 - คุณหญิงหุ่นรณไชยที่ 1 คุณหญิงโต๊ะนรเนติที่ 2 หลวงวุฒิศาสตร์เนติญาณที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนียล · พิจารณา · พรหม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา