คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2469
ย่อคำพิพากษา
วิธีพิจารณาอาญา น่าที่นำสืบ เทียบฎีกาที่ 291/2454
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันยักยอกเอาเงินของพระองค์เจ้าวรลักษณ ฯ ไว้เปนประโยชน์ส่วนตัว
ศาลรับสั่งเห็นว่า กรณีย์นี้ ประเด็นตกอยู่แก่โจทย์ที่จะต้องนำสืบให้สมตามฟ้อง เพราะเปนผู้กล่าวหาว่าจำเลยเปนผู้ก่อการกระทำผิด ตามนัยฎีกาที่ ๒๙๑/๒๔๕๔ แลพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญามีโทษสำหรับใช้ไปพลางก่อน ร.ศ. ๑๑๕ มาตรา ๑๒ จึงปฤกษาคดีว่าควรยกฟ้องโจทย์
ศาลฎีกาทำความเห็นขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายว่าคดีนี้เกิดขึ้นโดยเจ้าทรัพย์ทรงประทางเงินให้แก่จำเลยเพื่อเอาไปจัดการปฏิสังขรณ์แทนพระองค์ แต่จำเลยจ่ายเงินนั้นไปในกิจการเท่าใด ยังหาได้คิดบาญชีตรวจสอบให้เห็นผิดแลชอบกันไม่ ฝ่ายเจ้าทรัพย์ว่าจำเลยยังจ่ายเงินไม่ครบ ฝ่ายจำเลยว่าได้จ่ายสิ้นไปหมดแล้วเช่นนี้เปนคดีแพ่ง ควรกล่าวหากันให้จำเลยจัดการชำระบาญชี เพื่อให้ปรากฎว่าเงินจ่ายแล้วเท่าใด แต่ที่เจ้าทรัพย์ทรงเห็นพิรุธจากถ้อยคำของจำเลยเท่านั้น ยังไม่พอฟังตามกฎหมายว่าจำเลยควรมีโทษในทางอาญาได้ควรยกฟ้องโจทย์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2469
(มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ศาลฎีกาตรวจสำนวนที่ศาลรับสั่งได้
อัยการวัง โจทก์
นางนวน นายผ่อง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ให้ศาลฎีกาตรวจสำนวนที่ศาลรับสั่งได้ - (มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ · โจทก์ - อัยการวัง · ล. - นางนวน นายผ่อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · จินดา · พิพากษา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา