คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2469
ย่อคำพิพากษา
ขอให้ใช้ทรัพย์ ศาลจะสั่งให้จำแทนไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ศาลเดิมในข้อกำหนดการลงโทษจำเลย ส่วนการบังคับให้จำเลยใช้ทรัพย์ ถ้าไม่ใช้ให้จำแทนตามมาตรา ๑๘ นั้นยืนตาม
ฎีกาตัดสินว่า ศาลอุทธรณ์วางบทลงโทษ แลลดโทษจำเลยนั้นชอบแล้ว เว้นแต่ข้อที่ว่าถ้าจำเลยไม่ใช้ทรัพย์ให้จำแทนตามมาตรา ๑๘ นั้นไม่ชอบ เพราะโจทย์ขอแต่เพียงให้จำเลยคืนทรัพย์เท่านั้น ซึ่งเปนคำขอในทางแพ่ง ถึงแม้มาตรา ๙๒ จะได้ระบุไว้ให้ใช้มาตรา ๑๘ เปนบทบังคับในเรื่องนี้ก็ดี ความประสงค์ของกฎหมายข้อนี้ก็คือต้องการให้ใช้ทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหายเท่านั้นเอง ถ้าไม่อาจจะใช้ได้ จึงให้เอาตัวจำคุกแทน การที่ศาลจะก้าวล่วงบังคับเด็ดขาดไปในชั้นนี้ อาจเปนการตัดสิทธิของผู้ที่จะได้รับใช้ทรัพย์ ในการที่จะยึดทรัพย์ของผู้ที่จะได้รับใช้ทรัพย์ ในการที่จะยึดทรัพย์ของจำเลยใช้ตามมาตรา ๑๘ ได้ แลการบังคับคดีในชั้นนี้ต้องอาศรัยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาอาญาเพิ่มเติม ร.ศ.๑๒๖ มาตรา ๕-๖ ประกอบด้วย เหตุนี้จึงให้แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อจำแทนนี้ นอกนั้นยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2469
อัยการร้อยเอ็จ โจทก์
นายบัวฉาฤาโบ บรรจง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการร้อยเอ็จ · ล. - นายบัวฉาฤาโบ บรรจง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินดา · พิพาก · หริศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา