คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2470
ย่อคำพิพากษา
สัญญากู้ถูกคนร้ายลักไปแต่มีพยานบุคคลประกอบฟังได้ วิธีพิจารณาความแพ่งฟ้องโดยไม่ได้ส่งต้นสัญญาต่อศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงิน โจทย์ไป ๑๗๖๐ บาท ต่อมาโจทย์ได้ถูกคนร้ายปล้นทรัพย์ผู้ร้ายได้เก็บเอาสัญญากู้นั้นไป แลโจทย์ได้ทำตราสินไว้ต่ออำเภอในวันรุ่งขึ้น โจทย์จึงได้เรียกจำเลยให้มาทำสัญญากู้ใหม่ แต่จำเลยบิดพริ้วไม่ยอมทำ
จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้กู้เงินไปจริง แลใช้เงินแล้ว โจทย์จึงได้มอบ สัญญาคืนให้ แลให้การตัดฟ้องว่า โจทย์ไม่มี สัญญามาฟ้องศาล ให้ยกฟ้อง
ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์กลับว่า พยานโจทย์แตกต่างกันแลทั้งโจทย์ไม่ได้อ้างต้นขั้ว สัญญามาสืบ จึงให้ยกฟ้อง
ฎีกาตัดสินยืนตาม ศาลเดิมว่า โจทย์มีพยานหลักฐานฟังได้ว่า จำเลยได้กู้เงินไปจริง ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าพยาน โจทย์แตกต่างนั้นเห็นว่าไม่ใช่ในข้อสำคัญ เพราะเปนเวลานานเกือบ ๒ ปี เปนการยากที่พยานจะทรงจำไว้ ให้ถูกต้องถี่ถ้วนได้ จึงให้จำเลยใช้เงินให้ โจทย์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2470
นายเชย โจทก์
นายเผือก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเชย · ล. - นายเผือก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · พิพาก · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา