คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2470
ย่อคำพิพากษา
การใช้สิทธิก็ดีชำระหนี้ก็ดี ต้องทำโดยสุจริต สมยอมกันก่อหนี้สินขึ้นเพื่อฉ้อผู้อื่น สิทธิของเจ้าหนี้ที่บริสุทธิ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องนี้ เดิมจำเลยกู้เงินผู้ร้องไป ๑๖๘๐ บาท เอาโฉนดที่ ๘๙๑ ให้ยึดไว้เปนประกัน ต่อมาผู้ร้องฟ้องเรียกเงินรายนี้ ศาลตัดสินให้จำเลยใช้ คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยยังหาใช้ไม่ กลับไปสมยอมให้โจทก์ฟ้องเรียกหนี้สิน (จากจำเลย) ขึ้นอีกสำนวนหนึ่ง แล้วยอมความโจทก์ได้นำยึดที่ดินโฉนดที่ ๘๙๑ เพื่อเอาขายใช้หนี้โจทก์ ผู้ร้องจึงร้องคัดค้านว่า หนี้สินระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้นทำขึ้นโดยสมยอมเพื่อฉ้อผู้ร้อง โจทก์ไม่ควรได้รับใช้หนี้รายนี้จากจำเลย
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้งสองว่า ผู้ร้องเปนเจ้าหนี้ของจำเลยโดยบริสุทธิ์ โจทก์นั้นทำหนี้ขั้นโดยสมยอมเพื่อกันผู้ร้องไม่ให้ยึดทรัพย์รายนี้ เพราะฉะนั้นผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะยึดที่รายนี้ออกขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้เหลือเท่าไรโจทก์จึงจะขอยึดต่อไปได้ตามกระบวนความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2470
นายอยู่ โจทก์
นายด้วง ล.
นายปิ่น ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอยู่ · ล. - นายด้วง · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายปิ่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · ศรี · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา