คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2470
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลยกฟ้องคดีส่วนอาญาที่โจทก์ฟ้องแพ่งปนมาด้วย โจทก์จะต้องยกฟ้องคดีส่วนแพ่งนั้นไปด้วย เว้นแต่ค่าเสียหายทางแพ่งที่เรียกนั้นจะเกิดขึ้นจากความผิดอาญาที่โจทก์ฟ้องนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
เรื่องนี้มีปัญหามาคู่ศาลฎีกาว่า คดีที่โจทก์ฟ้องแพ่งอาญาปนกัน เมื่อศาลยกฟ้องคดีส่วนอาญาเสียแล้ว ในคดีแพ่งจะต้องยกฟ้องด้วยหรือไม่
ฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จะฟ้องแพ่งอาญาปนกันได้ คดีจะต้องเข้าอยู่ในลักษณคดีตามกฎหมายอาญามาตรา ๘๗ (คือค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องในทางแพ่งต้องเกิดขึ้นจากความผิดของจำเลยที่โจทก์ได้ฟ้องอาญานั้นด้วย) คดีนี้โจทก์ฟ้องทางอาญาว่าจำเลยบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์กับเรียกค่าเสียหาย เมื่อปรากฎว่าจำเลยไม่ได้ทำผิดตามข้อหานั้นแล้ว ก็ชอบจะยกฟ้องเสีย (ทั้งหมด) ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาเลยไปว่าโจท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องนี้มีปัญหามาคู่ศาลฎีกาว่า คดีที่โจทก์ฟ้องแพ่งอาญาปนกัน เมื่อศาลยกฟ้องคดีส่วนอาญาเสียแล้ว ในคดีแพ่งจะต้องยกฟ้องด้วยหรือไม่
ฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จะฟ้องแพ่งอาญาปนกันได้ คดีจะต้องเข้าอยู่ในลักษณคดีตามกฎหมายอาญามาตรา ๘๗ (คือค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องในทางแพ่งต้องเกิดขึ้นจากความผิดของจำเลยที่โจทก์ได้ฟ้องอาญานั้นด้วย) คดีนี้โจทก์ฟ้องทางอาญาว่าจำเลยบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์กับเรียกค่าเสียหาย เมื่อปรากฎว่าจำเลยไม่ได้ทำผิดตามข้อหานั้นแล้ว ก็ชอบจะยกฟ้องเสีย (ทั้งหมด) ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาเลยไปว่าโจทก์มีสิทธิยึดหน่วงในฐานะที่เปนผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ชอบด้วยทางพิจารณา เพราะโจทก์มิได้ฟ้องในฐานะเช่นนั้น ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2470
นางเยื่อ โจทก์
ขุนอัมพวัน นายปุ๋ย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเยื่อ · ล. - ขุนอัมพวัน นายปุ๋ย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย · นรเนติ · หริศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา