คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายจะเข้าเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาได้นั้น ผู้เสียหายจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดนั้นๆ หากต่างฝ่ายต่างประมาทเลินเล่อ ผู้เสียหายฝ่ายหนึ่งจะฟ้องร้องเอาผิดอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
อำนาจของเจ้าทุกข์ที่จะเข้าเปนโจทก์ในคดีอาญา ต่างฝ่ายต่างประมาทเลินเล่อ ฝ่าย 1 จะฟ้องร้องขอให้ศาลลงโทษอีกฝ่าย 1 ไม่ได้ ตัวแทนกระทำผิดย่อมมีผลกระทบกระเทือนถึงตัวการด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลเดิมตัดสินรวมกับคดีที่อัยยการเปนเปนโจทก์ว่า ม.คนของโจทก์แลจำเลยต่างฝ่ายขับรถยนต์โดยประมาทเปนเหตุให้รถโดนกันเสียหายให้ปรับ ม.แลจำเลยคนละ ๒๐ บาทตามกฎหมายอาญา ม.๓๓๘ ข้อ ๒ แล พ.ร.บ.รถยนต์ ร.ศ.๑๒๘ ม.๑๙
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ที่อ้างกฎหมายอาญา ม.๒๐๑ ไม่เข้ากับเรื่องนี้ แล ม.๓๓๖ ข้อ ๑๕ พ.ร.บ.รถยนต์ ร.ศ.๑๒๘ ม.๑๙ นั้น ก็เปนความผิดต่อสาธารณะชน เปนหน้าที่ของเจ้าพนักงานจะว่ากล่าวเอาโทษแก่ผู้ละเมิด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้ยกฟ้องเสีย
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีใด ๆ ที่กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดตามธรรมดา ศาลเคยยอมให้เจ้าทุกข์เข้าเปนโจทก์ฟ้องร้องได้ นอกจากจะไม่ใช่คดีของตน แต่ในคดีนี้ได้ความว่า ม.คนขับรถของโจทก์ก็มีความประมาทด้วยเหมือนกัน เมื่อฝ่ายโจทก์เปนผู้กระทำผิดกฎหมายดังนี้ คดีของโจทก์ก็เปนอันตกไป ให้ยกฟ้องโจทก์ตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2472
นายไข่ทับ โจทก์
นายรอด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไข่ทับ · จำเลย - นายรอด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย · พิพาก · พรหม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา