คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 983/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินสมรสที่ผู้ตายมีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ก่อนถึงแก่ความตาย ย่อมเป็นมรดกของผู้มีสิทธิรับมรดกตามส่วนของตน และหากผู้รับมรดกคนใดได้ครอบครองทรัพย์สินนั้นไปมากแล้วแต่เพียงผู้เดียว ผู้รับมรดกคนอื่นชอบที่จะฟ้องเรียกส่วนแบ่งของตนคืนได้ภายในกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ว่าผู้รับมรดกคนนั้นครอบครองทรัพย์สินนั้นไปมากแล้วแต่เพียงผู้เดียว
ย่อคำพิพากษา
แปลฎีกา 978/66
ว่ากินความเพียงใดสินสมรสที่เปนปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งมฤดกต้องฟ้องภาย 1 ปี ผู้รับมฤดกเอาทรัพย์ไปมากแล้วแต่ผู้เดียวเมื่อต้องการทรัพย์อื่นต้องฟ้องภายใน 1 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์เปนบุตร์ พ. จำเลยเปนภรรยาระหว่างอยู่กินกับ-ภรรยา พ.ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งเพื่อยกให้โจทก์ และได้มอบโฉนดให้โจทก์เก็บรักษาไว้ และโจทก์ได้ปกครองตลอดมาตั้งแต่ พ.มีชีวิตและจนตายแล้ว ๒ ปี แต่ในโฉนดนั้นมีชื่อ พ.คนเดียว เมื่อ พ.ตายจำเลยได้เอาทรัพย์ของ พ.ไปมากมายแล้ว ครั้นโจทก์ไปขอโอนโฉนดใส่ชื่อโจทก์ จำเลยคัดค้านอ้างว่าเปนสินสมรสควรได้แบ่ง โจทก์จึงฟ้องขอให้ห้าม
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ว่าฎีกาที่ ๙๗๘/๖๖ เปนเรื่องภรรยาฟ้องขอแบ่งสินสมรส แต่เรื่องนี้โจทก์ร้องขอให้ห้าม และจำเลยได้ทรัพย์มฤดกส่วนมาก เมื่อจะเรียกที่ดินก็ควรเรียกเสียภายใน ๑ ปี เพราะโจทก์จะได้มีโอกาศได้รับส่วนแบ่งอื่นอีก และจำเลยไม่ได้ทำบัญชีแสดงว่าทรัพย์สมบัติของผู้ตายนั้นจัดเปนสินสมรสเท่าใด แลจำเลยไม่สามารถสืบได้ว่ามีสิทธิอย่างไรในที่นี้อันจะควรเปนสินสมรส จึงตัดสินให้โจทก์ชนะ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 983/2472
นางสาวแหวน โจทก์
นางม้วน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวแหวน · จำเลย - นางม้วน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนู · พรหม · บัส. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา