คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาโดยบุคคลธรรมดาเพื่อลงโทษและเรียกทรัพย์คืน ต้องเสียค่าธรรมเนียม และหากโจทก์ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่ถูกยักยอก จะไม่มีอำนาจฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ค่าธรรมเนียมในคดีอาชญาที่โจทก์เปนคนสามัญฟ้องให้ลงโทษและเรียกทรัพย์คืน ต้องเสียค่าธรรมเนียม อำนาจฟ้องถ้าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ที่ถูกยักยอกฟ้องไม่ได้ คดีอนาถาศาลก็ตัดสินให้ใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายไว้ก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ไปขุดของโบราณในบริเวณวัดพระเจดีย์หลวงได้พระพุทธรูปและโกฏิ เจ้าคณะวัดไต่สวนแล้วสั่งให้ส่งของที่ขุดนั้นไปยังที่เดิม ฝ่ายทางบ้านเมืองก็จับโจทก์ไปไต่สวน ก.ปลัดอำเภอเปนผู้ไต่สวนและยึดของกลางนั้นไว้ และเอาของกลางมามอบไว้ที่พักจำเลย บัดนี้โจทก์ฟ้องจำเลยฐานยักยอกเปนทางอาชญา กับให้จำเลยคืนหรือใช้ทรัพย์ ๑๕๒๐ บาท
ศาลเดิมลงโทษจำคุกจำเลยกับให้ใช้ทรัพย์
ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ( ศาลฎีกาได้สั่งให้ศาลเดิมเรียกค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องก่อน แต่ภายหลังปรากฏว่าจำเลยไม่มีเงินเสีย ฎีกาอย่างอนาถา )
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ขุดของโบราณได้ในที่หวงห้าม จนเจ้าคณะสั่งให้คืนของเหล่านั้นยังที่เดิมแล้ว โจทก์หมดสิทธิที่เปนเจ้าของ เพราะฉะนั้นโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้คืนของเหล่านั้นให้แก่ ก.ปลัดอำเภอหมดแล้ว ให้ยกฟ้อง และให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียนค่าทนายแทนจำเลยด้วย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2473
นายบุญทวี โจทก์
พระแสนสิทธิเขตร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญทวี · จำเลย - พระแสนสิทธิเขตร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · พรหม · วิชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยธรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระอัฏกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา