คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1231/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานออกระเบียบปฏิบัติที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายลายลักษณ์อักษร ไม่อาจนำมาใช้ลบล้างความผิดตามกฎหมายนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่ได้รับประกาศนิยบัตร์ให้ถือท้ายเรือขนาด 25 ตัน ไปถือท้ายเรือที่มีขนาดมากกว่า มีผิดตามกฎหมายข้างบน วิธีพิจารณาอาชญา จะอ้างระเบียบการของเจ้าพนักงานมาลบล้างตัวบทกฎหมายที่บัญญัติเปนลายลักษณอักษรไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.282
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยที่ ๒ ได้รับประกาศนิยบัตร์ให้ถือท้ายเรือได้เพียงขนาด ๒๕ ตัน ในวันเกิเหตุจำเลยที่ ๒ ได้ถือท้ายเรือนิลวรรณซึ่งมีขนาด ๓๒.๒ ตันแทนจำเลยที่ ๑ แต่ลำพังผู้เดียว จนเปนเหตุให้เรือนิลวรรณโดนเรือลำปั้นพายของ พ.เสียหาย และ พ.ถึงแก่ความตาย จึงมีปัญหาว่าจำเลยที่ ๒ จะมีผิดตาม พรบ เดินเรือในน่านน้ำสยาม ม.๒๘๒ หรือไม่
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายข้างบน ให้ปรับ ๕๐ บาท
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับว่าจำเลยไม่มีผิดตาม พรบ เดินเรือในน่านน้ำสยาม เพราะระเบียบของกรมเจ้าท่ายอมให้ฝึกหัดนายท้ายรองเพื่อเลื่อนขึ้นเปนนายท้ายชั้น ๑ ได้
ศาลฎีกาตัดสินว่า จำเลยต้องมีผิดตามกฎหมายที่ศาลเดิมวินิจฉัยมา ที่ศาลอุทธรณ์ยกระเบียบ+ของกรมเจ้าท่ามาอ้างลบล้างตัวบทกฎหมายซึ่ง+เปนลายลักษณอักษรไว้ชัดเจนนั้นมิชอบ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1231/2473
อัยยการนนทบุรี โจทก์
นายเจือที่ 1 นายบุญช่วยที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนนทบุรี · จำเลย - นายเจือที่ 1 นายบุญช่วยที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · พรหม · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ขุนสุ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา