คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นระยะเวลาสิบปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น
2. การแบ่งที่ดินตามคำพิพากษาของศาล ต้องดำเนินการตามแผนที่ที่ศาลกำหนดไว้ หากไม่มีแผนที่ ศาลต้องจัดให้มีขึ้น
ย่อคำพิพากษา
สัญญซื้อขายทำกันเอง ผู้ซื้อปกครองเกิน 10 ปี ได้กรรมสิทธิฉะเพาะที่ปกครอง วิธีพิจารณาแพ่ง ตัดสินแบ่งที่ดินโดยไม่มีแผนที่วิวาท เปนหน้าที่ของศาลเดิมจะจัดให้เปนไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยมีที่ดินแปลงหนึ่งมีโฉนดแผนที่ แต่ที่นั้นเปนที่ดอนตอนหนึ่ง เปนที่นาตอนหนึ่ง โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายกันเองต่อหน้ากำนัน แล้วโจทก์เข้าปกครองตอนที่เปนนาเกิน ๑๐ ปี ส่วนตอนที่ดอนนั้นจำเลยยังคงปกครองอยู่ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย
ศาลเดิมตัดสินขับไล่ ให้ที่ทั้งหมดเปนสิทธิแค่โจทก์
ศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้อง โดยฟังว่าสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า การซื้อขายที่ดินมีโฉนดแผนที่ทำไม่ถูกแบบ ผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ แต่ผู้ซื้อได้ปกครองเปนเจ้าของในที่ตอนเปนนาเกิน ๑๐ ปี ย่อมได้กรรมสิทธิในตอนนั้น แต่ตอนที่เปนดอนนั้นผู้ซื้อไม่ได้ปกครองถึง ๑๐ ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ แต่คดนี้ไม่มีแผนที่วิวาทว่าระวางเขตร์ที่นากับที่ดอนแค่ไหน เมื่อโจทก์จำเลยแบ่งเขตร์กันไม่ตกลง ให้ร้องต่อศาลเดิมจัดการแบ่งตามคำพิพากษานี้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2473
นางปุย ศิริโพเผือก โจทก์
นายสุก นางเจ๊ก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางปุย ศิริโพเผือก · จำเลย - นายสุก นางเจ๊ก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายทองใบ · ศาลอุทธรณ์ - พระยากฤติกา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา