คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิด และไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมเป็นพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์นั้น
ย่อคำพิพากษา
มีของร้ายในเวลาใกล้ชิด เจ้าทรัพย์ออกตามรอยกระบือที่หาย พบจำเลยกำลังจูงกระบือนั้นอยู่ ทั้งจำเลยแสดงไม่ได้ว่า ได้กระบือไว้จากผู้ใดต้องมีผิดฐานลักทรัพย์(เทียบฎีกาที่833/69)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า มีผู้ร้ายลักกระบือของ ส.ไป ๑ ตัว ส.กับพวกได้ออกตามรอยกระบือมาพบจำเลยกำลังจูงกระบือนั้นอยู่ จำเลยเห็นเจ้าทรัพย์ก็ทิ้งกระบือหนีไปดังนี้
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๙๔ ตอน ๒ ให้จำคุก ๒ ปี
ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตาม ม.๓๒๑ มีกำหนด ๑ ปี
โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า จำเลยต้องมีผิดฐานลักทรัพย์
ศาลฎีกาตัดสินยื่นตามศาลเดิมว่า เจ้าทรัพย์กับพวกได้ตามรอยกระบือตลอดมาจนพบจำเลย ทั้งจำเลยมิได้ต่อสู้ว่า ได้กระบือนี้ไว้จากผู้ใด จำเลยต้องมีผิดฐานลักทรัพย์ตาม ม.๒๙๔ ตอน ๒ ให้จำคุกไว้ ๒ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2473
อัยยการพัทลุง โจทก์
นายขวัญชุม เอียดสุดรัก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพัทลุง · จำเลย - นายขวัญชุม เอียดสุดรัก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระยามนูเนติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา