คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2473
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินปกครองที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญเมื่อเจ้าของละทิ้งย่อมขาดกรรมสิทธิเพียงแต่เจ้าของไปตัดฟืนในที่บ้าง ไม่เรียกว่าปกครอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่รายพิภาษโจทก์ได้ซื้อมาจาก ต.ประมาณ ๓๐ ปีแล้ว แต่ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ เมื่อซื่อมาแล้วสัก ๗-๘ ปี โจทก์ได้เข้าเหยียบจากไว้ครั้งหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ทำประโยชน์อย่างใดอีก นอกจากเข้าไปตัดฟืนบ้างที่คงเปนป่าอยู่ เมื่อประมาณ ๔ ปีมานี้จำเลย เข้าแผ้วถางและขุดลำรางในที่รายพิภาษนี้ และปลูกต้นมะพร้าวไว้ด้วย รวมที่ ๆ ถางเตียนและประมาณ ๓๐ ไร่ ในคราวเดียวกันนี้โจทก์ก็เข้าขุดร่องลำรางรอบเขตร์ที่พิภาษบ้าง บัดนี้โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยไม่ เข้าเกี่ยวข้องในที่รายพิภาษนี้ และเรียกค่าเสียหาย
ศาลเดิมตัดสินว่า โจทก์ไม่มีสิทธิพอที่จะขอให้ห้ามจำเลยได้ ให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับ ห้ามไม่ให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่พิภาษ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๒๐ บาท
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่ได้เข้าปกครองทำประโยชน์อะไร และละทิ้งเปนป่าไว้ แม้จะปรากฏว่าโจทก์เคยตัดฟืนในที่พิภาษบ้างก็ดี ก็ไม่เรียกว่าปกครอง เพราะที่เปนป่า ผู้อื่นก็อาจเข้าตัดฟืนใช้ได้ เมื่อโจทก์ละทิ้งที่ไว้จนจำเลยเข้าปกครองแผ้วถางทำประโยชน์ดังนี้ โจทก์หามีสิทธิหวงห้ามจำเลยได้ไม่ จึงตัดสินยื่นตามศาลเดิม ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2473
นายขาว ปอยขาว โจทก์
นายเย็น ซื่อประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายขาว ปอยขาว · จำเลย - นายเย็น ซื่อประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · หริศ · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ - พระราชนาถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา