คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2473
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องความผิดส่วนตัว เมื่อเจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ต่ออัยยการแล้วอัยยการมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีได้สุภาษิตกฎหมายศาลไม่ช่วยคนทำผิดด้วยกันนั้นใช้ในทางแพ่ง ไม่ใช่ทางอาญา อาญา ม.304 เอาสีเสียดมาหลอกขายต่างฝิ่น ผิดฐานฉ้อ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อ โดยกล่าวว่า ฉ.เจ้าทุกข์ได้มาร้องทุกข์ว่า จำเลยกับพวกได้เอาสีเสียดปนกับน้ำอ้อยมาหลอกขายให้แก่ ฉ.ว่าเป็นเนื้อยาฝิ่นแท้ ฉ.หลงเชื่อจึงรับซื้อไว้
ศาลล่างทั้ง ๒ ไม่รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาอ้างว่าคดีนี้เป้นความผิดส่วนตัว และเจ้าทุกข์ทำผิดกฎหมายไม่มีสิทธิจะร้องขอให้เจ้าพนักงานว่ากล่าว
โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า ศาลล่างไม่รับฟ้องไว้พิจารณายังไม่ชอบ แม้เจ้าทุกข์จะได้เจตนาทำผิดกฎหมายก็ดี แต่หามีความผิดเกิดขึ้นไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้เจ้าทุกข์ได้มอบคดีให้อัยยการว่ากล่าวโดยชอบแล้ว ไม่เหตุใดที่ศาลจะไม่รับฟ้องขอโจทก์ จึงตัดสินยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลเดิมรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2473
อัยยการอุตตรดิตถ์ โจทก์
นายเปง วันกลาง นายเต้า ทาวิรส จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการอุตตรดิตถ์ · จำเลย - นายเปง วันกลาง นายเต้า ทาวิรส |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · ศรี · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระปรีชาวินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา