คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับของพยานที่เกิดขึ้นก่อนฟ้องคดี หากมีพยานหลักฐานอื่นที่รู้เห็นในขณะนั้นมาเบิกความต่อศาล ศาลสามารถรับฟังคำรับนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ลักษณพะยานคำรับที่รับก่อนฟ้องคดีเมื่อมีพะยานหลักฐานอื่นซึ่งรู้เห็นในขณะนั้นมาเปนพะยานต่อศาล ศาลรับฟังคำรับนั้นได้ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและตัดสินใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปลอมลายมือชื่อ ต. ขอให้ลงโทษตามกฎหมาย
ก่อนที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ๓-๔ เดือน จำเลยได้รับสารภาพตรงตามฟ้องนี้ต่อหน้ากรมการอำเภอที่บ้าน ต. และในชั้นศาลเดิมจำเลยก็รับว่าได้ลงลายมือชื่อในคำรับนั้นจริง โดย ต.ชักจูงใจให้รับ
จึงมีปัญหาว่าคำรับสารภาพเช่นนี้ จะมีน้ำหนักควรเชื่อได้เพียงใด
ศาลเดิมตัดสินให้จำคุกจำเลย ๓ ปี ๖ เดือน ตาม ม. ๒๒๔
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลไม่ควรจะรับคำรับสารภาพของจำเลยไว้เปนพะยาน จึงตัดสินกลับให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า คำรับของจำเลยฟังเปนพะยานหลักฐานได้ เพราะพะยานที่อยู่รู้เห็นในขณะที่จำเลยให้การ และได้จดบันทึกเปนลายลักษณอักษรและเมื่อจำเลยลงลายมือชื่อไว้นั้นมาเบิกความเปนพะยานต่อศาล จึงตัดสินให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ โดยอาศัยคำรับนี้ประกอบกับหลักฐานอื่น แล้วตัดสินตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2473
อัยยการภูเก็ต โจทก์
นายออเซ่งเซ (บังคับอังกฤษ) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการภูเก็ต · จำเลย - นายออเซ่งเซ (บังคับอังกฤษ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัส · เทพ · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระวิศาล · ศาลอุทธรณ์ - นาย+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา