คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2473
ย่อคำพิพากษา
ร้องขัดทรัพย์ ลูกหนี้โอนทรัพย์ให้เจ้าหนี้เพื่อเปนการใช้หนี้โดยสุจริต แม้จะโอนในระวางที่เปนความอยู่อีกเรื่องหนึ่งก็ดี ไม่เปนเหตุให้การโอนเสียไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมจำเลยแพ้ความโจทก์ ๆ จึงนำยึดทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่นาโฉนดที่ ๒๒๔๕-๒๔๔๙ เปนของผู้ร้อง โดยผู้ร้องได้รับซื้อไว้จากจำเลยและได้ทำสัญญากันต่อเจ้าพนักงาน จึงมีปัญหาว่าการโอนนั้นจะเปนการสมยอมหรือไม่
ทางพิจารณาปรากฏว่า การโอนที่รายนี้โอนกันระหว่างศาลพิจารณาคดีทีโจทก์ฟ้องจำเลยอยู่ โดยผู้รองเปนเจ้าหนี้จำเลยมาก่อน จำเลยจึงโอนที่นารายพิพาทขายให้ผู้ร้องเพื่อเปนการหักใช้หนี้เมื่อวันที่ ๑๓/๒/๖๙ และวันที่ ๑/๘/๖๙ คิดราคาซื้อขายตามสมควรไม่ผิดธรรมดา และจำเลยได้บอกกับผู้ร้องว่าไม่ได้เปนหนี้โจทก์ ทั้งการโอนนั้นทำกันเมื่อศาลยังมิได้ตัดสินว่าโจทก์เปนเจ้าหนี้จำเลยจริงหรือไม่ ศาลตัดสินให้จำเลยใช้เงินเมื่อวันที่ ๒๕/๑๒/๖๙ ดังนี้
ศาลเดิมสั่งให้ถอนการยึดศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ร้องรับซื้อไว้โดยไม่บริสุทธิจึงให้ยกคำร้องเสีย
ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องได้รับโอนที่นาพิพาทไว้โดยสุจริต จึงตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ถอนการยึดที่พิพาทคืนให้ผู้ร้องไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2473
นายใหม่ ประดับยิ้ว โจทก์
นายสิน สิงห์โตวงษ์ จำเลย
หลวงขุระภาคพิบูลย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายใหม่ ประดับยิ้ว · จำเลย - นายสิน สิงห์โตวงษ์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - หลวงขุระภาคพิบูลย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระศรีปรีชา · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา