⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 483/2473

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2473

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยึดที่นาของจำเลยได้เมื่อจำเลยผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญา เป็นการบังคับตามสัญญา ไม่ใช่การเอาทรัพย์สินมาเป็นประกันการกู้ยืมเงิน จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ว่าถ้าไม่ส่งต้นเงิน ให้โจทก์ยึดที่นาดังนี้เมื่อโจทก์ยึดนาไม่ได้ จำเลยก็ไม่มีผิดฐานฉ้อโกง เพราะไม่ใช่เรื่องเอาที่นาเป็นประกันเงินกู้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินของโจทก์ไปมีข้อความว่า "ถ้าจำเลยไม่ส่งต้นเงินและดอกเบี้ยตามกำหนดก็ให้ยึดที่นาทุ่งเหนือหรือทรัพย์มฤดกของจำเลย" ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้นี้จากจำเลย โจทก์ชนะคดีจึงนำยึดที่นาตำบลทุ่งเหนือ ข.ร้องขัดทรัพย์ ศาลสั่งให้ถอนการยึดโจทก์จึงฟ้องหาว่าจำเลยฉ้อโกง เพราะจำเลยไม่มีที่นาให้โจทก์ยึดตามสัญญาดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๓๐๔ ให้จำคุก ๖ เดือน ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ตัดสินต้องกันกลับศาลเดิมว่า ตามสัญญาจำเลยไม่ได้เอาที่นาทุ่งเหนือเป็นประกันเงินกู้นั้น จำเลยยังไม่มีผิดฐานฉ้อโกง จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2473 นายอ้าย ปงกองแก้ว โจทก์ นายฝุ้น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอ้าย ปงกองแก้ว · จำเลย - นายฝุ้น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิพาก · พรหม · วิกรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพูลรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา