คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายชายได้ให้สินสอดแก่ฝ่ายหญิงไปแล้ว ต่อมาฝ่ายหญิงได้ลักพาบุตรของฝ่ายชายไป ฝ่ายชายย่อมไม่มีสิทธิเรียกสินสอดคืน
ย่อคำพิพากษา
ผัวเมียประกาศเรื่องสินสอดทองหมั้น ร.ศ.119 โจทก์ลักพาบุตร์จำเลยไปแล้วแต่งผู้ใหญ่มาขะมาสู่ขอและยอมเสียเงินให้เมื่อจำเลยล่อลวงเอาเมียโจทก์ไปโจทก์เรียกเงินที่ให้คืนไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเดิมโจทก์ลักพา พ.บุตรีจำเลยไปในฐานชู้สาว และโจทก์ได้แต่งเถ้าแก่ ไปขมาสู่ขอต่อจำเลย ๆ เรียกเอาเงิน ๖๐๐ บาท และยอมรับขะมายก พ.ให้เป็นภรรยาโจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยล่อลวงเอาพ. ไปเสียจากโจทก์ และ พ. หนีตามชายอื่นไป โจทก์จึงฟ้องเรียกเงิน ๖๐๐ บาท คืนจากจำเลย
ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยคืนเงิน ๖๐๐ บาท
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์กับ พ.เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เงิน ๖๐๐ บาทที่โจทก์นำไปขะมาต้องถือเสมือนว่าเป็นสินสอดได้แก่บิดามารดาหญิงตามประกาศเรื่องสินสอดทองหมั้น ร.ศ.๑๑๙ ข้อที่จำเลยล่อลวง พ.มาเสีย และ พ.หนีตามชายอื่นไป โจทก์ต้องว่ากล่าวกันในฐานชายชู้และผู้ชักสื่อจะเรียกเงินคืนจากจำเลยไม่ได้ จึงตัดสินกลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาตัดสินยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2473
พลทหารชิต จะนะภูติ โจทก์
นายอิ่ง ตัณยเจริญ นางล้วน ตัณยเจริญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พลทหารชิต จะนะภูติ · จำเลย - นายอิ่ง ตัณยเจริญ นางล้วน ตัณยเจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · ศรี · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิการเนติชัย · ศาลอุทธรณ์ - พระยาราคีภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา