คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2473
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินปกครอง ปกครองก่อนย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้มาปกครองทีหลัง อย่างไรเรียกว่าละทิ้ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าที่พิพาทเดิมมีโฉนดเปนของบิดมารดา ห. จำเลย เมื่อบิดา ห.ตาย มารดา ห.จึงเวนคืนที่พิพาทแก่รัฐบาล เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๗ ห.จำเลยเข้าปกครองทำในที่รายนี้ แต่ภายหลังเจ้าพนักงานมาห้ามจำเลยมิให้ทำ อ้างว่าเปนที่สาธารณะ จำเลยจึงได้หยุดทำชั่วคราว ในระวางที่หยุดนี้โจทก์ได้เข้าทำในที่นี้บ้าง บัดนี้โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องในที่พิพาท
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างว่า การที่จำเลยหยุดทำที่พิพาท เพราะถูกเจ้าพนักงานห้าม และจำเลยยังพยายามที่จะขอกรรมสิทธิที่ดินนี้อยู่ คือ ร้องกล่าวโทษเจ้าพนักงานผู้มาห้าม และได้ร้องขอให้เกษตร์รัววัดออกโฉนดให้ดังนี้ จะเรียกว่าจำเลยละทิ้งที่พิพาทไม่ได้ สิทธิในการปกครองที่นี้มาก่อนโจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่า จึงให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2473
นางพริ้ง สุวรรณเพ็ชร์ โจทก์
นายทองอยู่ นาย บัว นายอิน นายพวง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพริ้ง สุวรรณเพ็ชร์ · จำเลย - นายทองอยู่ นาย บัว นายอิน นายพวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · พิพาก · วิชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระประศาสนวินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ - พระราชนาถวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา