คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2473
ย่อคำพิพากษา
พะยานอย่างไรเรียกว่าพะยานบอกเล่า พะยานที่ได้รับคำบอกเล่าจากเจ้าทุกข์และได้เห็นกิริยาของเจ้าทุกข์ในขณะใกล้ชิดกับเวลาเกิดเหตุ ไม่เรียกว่าพะยานบอกเล่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ได้ความจากเด็กหญิงเจ้าทุกข์ว่า ขณะที่ จ.เดิรไปโรงเรียน จำเลยได้เข้าอุ้ม จ.ขึ้นแก้ผ้านุ่งแล้วเอามือคลำของกับ จ. นอกจากคำเจ้าทุกข์โจทก์ยังมี ต.และ ข.พะยานเบิกความว่าในเวลาใกล้ชิดกับที่ จ.ถูกทำอนาจาร พะยานไม่พบ จ.กำลังร้องไห้ และเห็น จ.ถือชายผ้าที่ถูกแก้หลุดเดิรมา ทั้ง จ.ได้บอกแก่พะยานว่าจำเลยได้ทำอนาจารแก่ จ.ดังนี้
ศาลเดิมตัดสินให้จำคุกจำเลยตาม ม.๒๔๕ ตอน ๒ มีกำหนด ๑๘ เดือน
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ยกฟ้อง โดยไม่เชื่อว่าจำเลยได้ทำอนาจาร จ. เพราะโจทก์มีแต่คำเจ้าทุกข์เดียวเบิกความ นอกนั้นเปนแต่พะยานบอกเล่า
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ว่าพะยานโจทก์นอกจากเจ้าทุกข์เปนแต่พะยานบอกเล่านั้นยังไม่ชอบ เพราะพะยานเหล่านั้นได้เห็นกิริยาของ จ.เปนข้อประกอบอยู่ด้วย ไม่มีเหตุสงสัยว่า จ.จะแกล้งกล่าวเท็จใส่ความจำเลย จึงให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงบังคับคดียืนตามศาลเดิม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2473
อัยยการสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายสิน สมวงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายสิน สมวงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระอินท์ปริญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระอานนท์ธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา