คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ปกครองลัทธิเจ้าเซ็นมีอำนาจขับไล่ผู้ถือลัทธิที่ประพฤติตนไม่สมควรออกจากที่ดินของกุฎีได้ การคัดค้านอำนาจศาลต้องยกขึ้นอ้างในชั้นศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์เท่านั้น จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ละเมิดที่ดินขับไล่ ที่ดินของกุฎีเจ้าเซ็น ผู้ถือลัทธิเจ้าเซ็นมีอำนาจอาศัยอยู่ได้ แต่ถ้าประพฤติตนไม่สมควร แล้วผู้ปกครองขับไล่ได้ วิธีพิจารณาแพ่ง การคัดค้านอำนาจศาลต้องร้องเสียแต่ในชั้นศาลล่าง จะมาร้องชั้นฎีกาไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าโจทก์เปนหัวหน้าสาสนากุฎีเจ้าเซ็นและเปนผู้ดูแลทรัพย์สมบัติของกุฎีเจ้าเซ็นโดยชอบจำเลยเปนผู้ถือสาสนาอิสลามลัทธิเจ้าเซ็น มีอำนาจอาศัยในที่ดินของกุฎีเจ้าเซ็นได้ แต่จำเลยประพฤติฝ่าฝืนลัทธินิยมและพิธี-ทำบุญหลายครั้งจนเปนที่รังเกียจและแตกร้าวในหมู่ผู้นับถือลัทธิเดียวกัน โจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย
ศาลโปริสภาและศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า
( ๑ ) ศาลโปริสภาไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้
( ๒ ) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย และ
( ๓ ) เหตุผลที่ศาลล่างยกขึ้นกล่าวนั้นยังไม่พอจะขับไล่จำเลยได้
ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อคัดค้านข้อ ๑ นั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะจำเลยพึ่งมายกขึ้นกล่าวเปนครั้งแรกในชั้นฎีกานี้
ข้อ ๒ นั้นเนื่องจากปัญหาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาต้องถือตามศาลล่าง
ข้อ ๓ เหตุผลที่ศาลล่างยกขึ้นตัดสินขับไล่จำเลยนั้นชอบแล้ว จึงตัดสินยืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2473
หลวงราชเศรษฐี โจทก์
นายสาย นายเรือง นายดุ๊ด นายพลบ
นายแจ้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงราชเศรษฐี · นายพลบ - นายสาย นายเรือง นายดุ๊ด · จำเลย - นายแจ้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนู · พรหม · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระนิติกรมประสิทธิ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาวิศิษฎ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา