คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2474
ย่อคำพิพากษา
หน้าที่นำสืบ ตามมาตราข้างบนนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้จะต้องนำสืบว่าผัวรู้เห็นยินยอมด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องนี้จำเลยแพ้ความโจทก์เรื่องกู้เงิน โจทก์จึงนำยึดที่ดินซึ่งบิดาจำเลยโอนให้จำเลยเมื่อจำเลยกับผู้ร้องเป๊นสามีภรรยากันแล้ว ผุ้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์
ศาลเดิมเห็นว่าที่ดินนั้นเป็นสินบริคณห์ ผู้ร้องไม่รู้เห็นในการกู้เงินดจทก์ผู้ร้องไม่ต้องรับผิด ให้ถอนการยึด
ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าเป๊นหน้าที่ของผู้ร้องจะต้องแสดงว่าไม่รู้เห็นยินยอมให้จำเลยกู้ แต่จำเลยกับผู้ร้องอยู่ร่วมเรือนเดียวกันจึงสันนิษฐานว่าผู้ร้องรู้เห็นด้วยเมื่อผู้ร้องรู้หรือควรรู้ว่ามีการกู้ แต่ไม่บอกเลิกเก็บภายใน ๑ ปีย่อมหมดสิทธิที่จะบอกเลิก จึงตัดสินให้ยึดที่ดินนั้นได้
ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้เปนหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าผู้ร้องได้รู้เห็นยินยอมในการที่จำเลยกู้เงิน ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ร้องจะต้องนำสืบว่าไม่รู้เห็น ศาลฎีกาไม่ฟังว่าผู้ร้องได้รู้หรือควรรู้ในการที่จำเลยกู้เงินโจทก์ และอายุความ ๑ ปี บอกเลิกโมฆียะกรรมนั้นก็ไม่เกี่ยวกับประเด็น จึงตัดสินยืนตามศาลเดิม ให้ถอนการยึด
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2474
นายดี โจทก์
นางเพิ่ม จำเลย
นายพุด ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายดี · จำเลย - นางเพิ่ม · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายพุด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · พิพาก · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หม่อมเจ้าวุฒิภาค · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูภาณฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา