คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2474
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้การในฐานะจำเลย แม้จะมีการจดข้อความในแบบคำให้การพยาน ก็ไม่ถือเป็นการแจ้งความเท็จ และหน้าที่นำสืบว่ามีการแจ้งความเท็จเป็นของโจทก์
ย่อคำพิพากษา
ให้การซัดในชั้นไต่สวนในฐานเป็นจำเลย ไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ (เทียบฎีกาที่ 71/2460) หน้าที่นำสืบหาว่าแจ้งความเท็จโจทก์ต้องสืบให้สมหลักวินิจฉัยการที่จำเลยให้การในฐานเป็นจำเลยแม้จะจดข้อความในแบบคำให้การพะยานก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เจ้าพนักงานจับสงสัยจำเลยกับพวกว่าเป็นผู้ร้ายวางเพลิง จึงกักขังแลไต่สวน ขั้นแรกจำเลยปฏิเสธ เจ้าพนักงานจึงขังไว้ ๑๔ วัน ต่อจำเลยให้การชัดว่าได้ไปกับ ส.ฟ.แล ส.ฟ. เป็นผู้ร้ายรายนี้ เจ้าพนักงานจึงจดคำให้การของจำเลยลงในแบบคำให้การพะยาน แล้วปล่อยตัวไปครั้นจำเลยถูกอ้างมาเป้นพะยานในศาลจำเลยเบิกความว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ไปกับ ส.ฟ.ดังนี้ โจทก์จึงขอให้ลงโทษจำเลย
ศาลเดิมให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์กลับให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๕๙
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบว่าคำให้การขั้นไต่สวนเป็นจริงแล้วต้องฟังว่าคำให้การขั้นศาลเป็นความจริงส่วนคำให้การขั้นไต่สวนเป็นแต่คำขัดเพื่อปล้นตัวให้พ้นผิดจะลงโทษฐานแจ้งความเท็จไม่ได้ แม้คำให้การจะจดในแบบคำให้การพะยานก็ดี จะฟังเอาแบบฟอร์มเป็นประมาณไม่ได้ จึงตัดสินยืนตามศาลเดิม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2474
อัยยการพิจิตร์ โจทก์
นายโชติ ธูปโชติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิจิตร์ · จำเลย - นายโชติ ธูปโชติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · พรหม · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิธรรมติรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยานิติศาสตร์ฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา