คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2474
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยต้องจำคุกแทนค่าปรับแล้ว ศาลจะสั่งให้ยึดทรัพย์ของจำเลยขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระค่าปรับอีกไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องคำพิพากษาให้ปรับ แต่จำเลยต้องจำขังแทนค่าปรับมาบ้างแล้วยังไม่ครบกำหนดดังนี้ศาลมีอำนาจสั่งให้ยึดทรัพย์ของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินใช้ค่าปรับอีกได้ (เทียบฎีกาที่ 144/2459) การนับกำหนดโทษจำแทนปรับต้องนับเมื่อพ้นกำหนดโทษจำคุกแล้ว
ปัญหากฎหมาย ปัญหาว่าศาลสั่งให้จำแทนปรับแล้วจะกลับสั่งให้ยึดทรัพย์อีกได้หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.18
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้เดิมจำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ๖ เดือน กับปรับจำเลยกับพวกร่วมกันเป็นเงิน ๑๘๐๐๐ บาท แลให้เสียค่ารางวัลนำจับอีก ๑๒๐๐ บาท ฐานขายแลมีฝิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ครั้นจำเลยต้องจำขังมาแล้ว ๑๕ เดือนเศษ โจทก์จึงร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับจำเลยนำเงินค่าปรับมาชำระ จำเลยคัดค้านว่าจำเลยต้องจำแทนค่าปรับครบแล้วจะให้จำเลยใช้เงินอีกไม่ได้
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ว่า จำเลยต้องจำขังแทนเงินค่าปรับยังไม่ครบกำหนดตามคำพิพากษา ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ยึดทรัพย์จำเลยขายทอดตลาดเอาเงินใช้ค่าปรับได้ ตามฎีการที่ ๑๔๔/๒๔๕๙
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2474
กรมอัยยการ โจทก์
นายเต็งหยู กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นายเต็งหยู กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · หริศ · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาลฉนะนริทร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา