คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2474
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าหนี้รับชำระหนี้บางส่วนจากลูกหนี้ภายหลังครบกำหนดเวลาค้ำประกันแล้ว ถือว่าเจ้าหนี้ได้ปลดเปลื้องภาระหนี้ของลูกหนี้บางส่วน ผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นจากความรับผิดตามส่วนที่เจ้าหนี้ได้รับชำระนั้น
ย่อคำพิพากษา
ค้ำประกันมีกำหนดเวลา 2 เดือนเมื่อครบกำหนด 2 เดือนแล้ว เจ้าหนี้ยังรับดอกเบี้ยจากลูกหนี้ แลมิได้เร่งรัดเรียกหนี้จากลูกหนี้จนล่วงเลยมาช้านานดังนี้ ผู้ค้ำประกันพ้นจากความรับผิด
คนบังคับอังกฤษเป็นคู่ความฎีกาได้แต่ในปัญหากฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินโจทก์ไป สัญญากู้ไม่มีกำหนดเวลาใช้เงิน จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันสัญญาค้ำประกันมีกำหนดเพียง ๒ เดือนนับแต่วันทำสัญญา ถ้าพ้น ๒ เดือนไปแล้วผู้ค้ำประกันไม่รับผิด เมื่อครบกำหนดเวลาประกัน ๒ เดือนแล้ว โจทก์ยังได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ อีกเดือนหนึ่งแลเมื่อจวนครบ ๒ เดือน จำเลยที่ ๒ ก็ได้เตือนให้โจทก์เร่งเรียกหนี้นี้ โจทก์เพิกเฉยเสียจนเวลาล่วงเลยมาเกือบ ๑๐ ปี โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขึ้นดังนี้
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อครบกำหนดเวลาประกันแล้ว โจทก์ยังคงรับดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๑ อีกต่อไป เป็นอันว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ยังคงถือสัญญากู้กันต่อไป เป็นอันว่าโจทก์ไม่ถือว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญา เพราะฉะนั้นสัญญาระวางโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ก็หมดไป เมื่อจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาในภายหลัง จำเลยที่ ๒ ก็หาต้องรับผิดอีกไม่ จึงตัดสินให้จำเลยที่ ๒ พ้นจากความรับผิดชอบ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2474
นายคูจับฮุบ (บังคับอังกฤษ) โจทก์
นายเง่าเต๊กที่ ๑ ขุนพิพัฒนพาณิชที่ ๒ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคูจับฮุบ (บังคับอังกฤษ) · จำเลย - นายเง่าเต๊กที่ ๑ ขุนพิพัฒนพาณิชที่ ๒ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิกรม · พรหม · บัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายเทพ+ · พระยาธรรมสารเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา