คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2474
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำความผิดอาญาหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
* พยานที่ปกปิดความจริงไว้แต่แรกจนกระทั่งถูกจับกุม จึงได้เปิดเผยความจริง ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
* ผู้เยาว์ที่กระทำความผิด ศาลจะลงโทษเบากว่าผู้ใหญ่ก็ได้
ย่อคำพิพากษา
ฆ่าเขาตายแล้วเห็นผู้ตายมีทรัพย์ก็เก็บเอาไป มีผิด 2 กะทงคือฐานฆ่าคนตายแลลักทรัพย์
ลักษณพะยาน
พะยานที่ปกปิดเหตุการณ์ไว้แต่แรกจนกระทั่งถูกจับไปขังจึงได้เปิดเผยความจริงนั้น ย่อมฟังเป็นพะยานได้
ผู้เยาว์ทำผิด ศาลลงโทษเบากว่าผู้อื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ม.ต.และ บ.ประจักษ์พะยานแลพะยานประกอบยืนยันว่า จำเลยได้สมคบกันฆ่า ช.ตาย เมื่อจำเลยทำร้าย ซ.แล้วเห็น ซ.มีทรัพย์ก็เลยเก็บเอาไปด้วย แลไม่ปรากฎว่าจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์มาแต่แรก แต่ ม.ต.แล บ.พะยานนี้ได้ถูกจับไปขังฐานวงสันว่าจะเป็นผู้ร้ายรายนี้ด้วย ม.ต.แล บ.จึงได้ให้การเปิดเผยความจริงดังนี้
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลเดิมว่าคำพะยานเหล่านี้ฟังได้เป็นหลักฐาน จำเลยต้องมีความผิด ๒ กะทงคือ ฐานฆ่าคนตายตาม ม.๒๔๙ แลฐานลักทรัพย์ตาม ม.๒๙๓ ข้อ ๗ - ๑๑ ให้ลงโทษตามบทหนัก แต่ ต.จำเลยอายุเพียง ๑๗ ปี ให้ลงโทษเบากว่าจำเลยอื่น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2474
อัยยการนครปฐม โจทก์
นายหยด นายเย็น นายตุ๊ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายหยด นายเย็น นายตุ๊ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · พิพาก · วิชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | พระโสภณ ฯ · พระยาวิศิษฎ์ ฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา