คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิสูจน์ว่าน้ำตาลเมามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หากศาลทั้งสองไม่ตรงกันจึงจะสามารถฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
น้ำตาลแช่เปลือกเดี่ยมกินเมา
วิธีพิจารณาอาชญา ฟ้องว่ามีน้ำตาลเมาแช่เปลือกเดี่ยมต้องพิสูจน์ว่ามีแรงแอลกอฮอล์ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ร.บ.ลักษณอุทธรณ์ คดีที่อุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้ ถ้าสองศาลกลับกันก็ฎีกาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ทางพิจารณาได้ความว่าเจ้าพนักงานจับน้ำตาลแช่เปลือกเคี่ยมได้ที่จำเลย เจ้า พนักงานดื่มน้ำตาลนั้นดูรู้สึกว่าไหหนึ่งมีรสจึดกว่าไหหนึ่ง
ศาลเดิมตัดสินลงโทษ
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงยุตติเพียงชั้นศาลเดิม เพราะคดีต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ลักษณอุทธรณ์ ม. ๓ เมื่อโจทก์ไม่สืบว่าน้ำตาลของกลางมีแอลกอฮอล์จะลงโทษจำเลยไม่ได้ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังนั้นยังไม่พอจะวินิจฉัยว่าของกลางนั้นมีแรงแอลกอฮอล์ใช้ดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุรา จำเลยยังไม่ควรมีผิด ให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2475
อัยยการชุมพร โจทก์
นายตง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชุมพร · จำเลย - นายตง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · วิกรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา