คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2475
ย่อคำพิพากษา
สัญญาเดิมเป็นเอกสารเลิกกันโดยคู่สัญญาทำกันใหม่ด้วยปากใช้ได้
วิธีพิจารณาแพ่ง ม. 63 ศาลอนุญาตให้แก้ฟ้องหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเดิมโจทก์ได้ทำสัญญารับเงินล่วงหน้าจากจำเลยรับตัดไม้หลักที่บ้านสามย่านและส่งให้จำเลยที่ท่าบ้านสามย่านรวม ๔๐๐ ต้น โดยมีขนาดยาวแลราคาต่าง ๆ กัน แต่ไม้ที่บ้านสามย่านมีไม่พอ โจทก์จึงบอกจำเลย ๆ กับโจทก์จึงตกลงสัญญากันใหม่ด้วยปากว่า ให้โจทก์ตัดไม้ที่ป่าน้ำใสมีขนาดมีราคาอีกอย่างหนึ่ง และส่งไม้ยังที่อีกแห่งหนึ่งเป็นจำนวน ๘๐๐ ต้น เมื่อโจทก์ตัดไม้ส่งมาให้จำเลยแล้ว ๔๒๐ ต้น จำเลยบอกงด โจทก์จึงฟ้องเรียกราคาไม้
ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินยืนให้จำเลยใช้ราคาค่าไม้โดยฟังว่าสัญญาเดิมได้เลิกกันแล้วโจทก์จำเลยได้ทำสัญญากันใหม่ด้วยปาก
จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า ศาลอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องเปลี่ยนข้อความตรงกันข้ามกับฟ้องเดิมโดยมิให้จำเลยแถลงคัดค้านก่อนและว่าสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรโจทก์จะนำพะยานบุคคลมาสืบหักล้างเอกสารสัญญาไม่ได้
ศาลฎีกาตัดสินในปัญหาที่ว่าศาลอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องนั้น ต.ามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง ร.ศ. ๑๒๗ ม. ๖๓ การอนุญาตหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล
ส่วนข้อที่โจทก์นำพะยานมาสืบหักล้างเอกสารนั้นเห็นว่าสัญญษ เดิมเลิกกันแล้ว โจทก์จำเลยได้ตกลงกันใหม่ จะเรียกว่าโจทก์นำพะยานบุคคลมาหักล้างสัญญาเดิมไม่ได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2475
นายหอก สะระหมัด โจทก์
นายอำพันแลนางหินบุญศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหอก สะระหมัด · จำเลย - นายอำพันแลนางหินบุญศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · หริศ · มนธา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา