คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่หุ้นส่วนจะขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญได้นั้น ต้องปรากฏเหตุอันสมควรตามกฎหมาย การที่ห้างหุ้นส่วนมีผลประกอบการดีขึ้นย่อมไม่ใช่เหตุอันสมควรที่จะเลิกห้างได้
2. หากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะในประเด็นสำคัญของคดีแล้ว และได้ร้องขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นอื่นซึ่งไม่สำคัญ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยในประเด็นนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
หุ้นส่วนสามัญขอเลิกหุ้น ศาลไม่ให้เลิกเมื่อปรากฎว่าค้าขายดีขึ้น
วิธีพิจารณา แพ่ง ถ้าคู่ความซึ่งชนะในประเด็นสำคัญแล้วร้องขอให้วินิจฉัยในประเด็นที่ไม่สำคัญศาลไม่วินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทำสัญญาเช่าเหมืองแร่จาก อ. มีกำหนด ๑๐ ปีแล้ว โจทก์กับจำเลยมาทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนสามัญทำเหมืองแร่รายนี้ต่อมาโจทก์ฟ้องขอเลิกห้างหุ้นส่วน จำเลยคัดค้านไม่ยอมเลิกและอ้างว่าหุ้นส่วนมีกำหนด ๑๐ ปี ทำยังไม่ถึง
ศาลล่างทั้ง ๒ เห็นว่าหุ้นส่วนนี้ไม่มีกำหนดกาลที่จะเลิกหุ้นส่วนกับยังไม่มีเหตุพอที่จะให้เลิกจึงตัดสินยกฟ้องโจทก์
จำเลยฎีกาขอให้วินิจฉัยว่าหุ้นส่วนมีกำหนด ๑๐ ปี
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยชนะคดีโจทก์ในประเด็นสำคัญแล้ว ส่วนกำหนดหุ้นส่วน ๑๐ ปีนั้น ไม่ใช่ข้อสำคัญที่จะวินิจฉัยในเวลานี้ และไม่เป็นการตัดสินสิทธิของจำเลยที่จะยกขึ้นล้างในภายหน้า
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1054/2475
นายขอ อูชู โจทก์
นายลิม บุนมิ้น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายขอ อูชู · จำเลย - นายลิม บุนมิ้น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · หริศ · มนธา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา