คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสลักหลังใบตรอกบริษัทขุดคลองคูนาสยาม ไม่ถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเหนือที่ดินโดยปริยาย และการฟ้องขับไล่ผู้รับมรดกต้องอยู่ภายใต้กำหนดอายุความ 1 ปี
ย่อคำพิพากษา
ใบตรอกบริษัทขุดคลองคูนาสยามไม่ใช่หนังสือสำคัญสำหรับที่ดินการสลักหลังใบตรอกจะถือว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิหรือมอลที่ดินโดยปริยายไม่ได้ มฤดก อายุความ ฟ้องขับไล่ผู้รับมฤดกเกิน 1 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ที่ดินรายพิพาทนี้เดิมโต๊ะหะยีสะมะบิดาจำเลยได้ตรอกไว้ต่อบริษัทขุดคลองแล้วเอามาจำนองไว้กับภรรยาโจทก์ภายหลังโต๊ะหะยีสะมะทำยอมต่อศาลว่าจะนำต้นเงินแลดอกเบี้ยมาใช้ให้ ถ้าไม่ใช้ให้ที่หลุดเป็นสิทธิ ปรากฎว่าโต๊ะหะยีสะมะไม่ได้นำเงินมาชำระ ศาลจึงสั่งให้สลักหลังใบตรอกลงชื่อโจทก์ และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เข้าปกครองหรือทำอะไรอีกต่อไปเลย โต๊ะหะยีสะมะคงปกครองทำตลอดมาจนตายมาเกิน ๑ ปี แล้ว โจทก์จึงมาฟ้องขับไล่จำเลยบุตร์โต๊ะหะยีสะมะผู้รับมฤดก ซึ่งปกครองที่รายพิพาทนั้นอยู่
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ยังไม่มีกรรมสิทธิในที่รายนี้ เพราะตั้งแต่ทำยอมต่อศาลแล้วโจทก์ไม่ได้ขอให้บังคับจำเลยมอบหมายที่ดินอย่างใด ทั้งโจทก์ก็ดี ไม่ได้เข้าปกครองด้วย การสลักหลังใบตรอกจะถือว่าเป็นการมองที่ดินโดยปริยายไม่ได้ เพราะใบตรอกไม่ใช่หนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน จึงตัดสินยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2475
เจ้าพระยาอภัยราชา โจทก์
นายกา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เจ้าพระยาอภัยราชา · จำเลย - นายกา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · ศรี · นล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาอิศรภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นาย+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา