คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะตัดสินให้บุคคลล้มละลายได้นั้น ต้องพิจารณาจากมูลหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นสำคัญ และการอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งให้ล้มละลายจะกระทำได้ต่อเมื่อมีปัญหากฎหมายที่ต้องวินิจฉัยเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ผัวเมีย วิธีพิจารณาแพ่ง ศาลตัดสินให้ผัวล้มละลายภายหลังตัดสินให้เมียล้มละลายอีกด้วยคนหนึ่งในมูลหนี้ต่างกันก็ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งให้ล้มละลายต้องเป้นปัญหากฎหมายจึงจะฎีกาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าศาลเดิมตัดสินให้จำเลย กับสามีใช้เงินโจทก์ ๔๐๐๐ บาท คดีถึงที่สุดจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยเป็นคนล้มละลาย (สามีจำเลยถูกศาลสั่งให้ล้มละลายแล้ว) ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยเป็นคนล้มละลาย
จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่ามูลหนี้ เกิดจากหนี้สินของสามีฯถูงสั่งให้เป็นคนล้มละลายแล้ว จำเลยหาควรถูกสั่งให้เป็นคนล้มละลายด้วยอีกไม่ อ้าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ม. ๑๓ ข้อ ๓
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลล่างทั้งสองตัดสินต้องกันให้จำเลยล้มละลาย จำเลยจะฎีกาได้แต่ในปัญหากฎหมายเท่านั้น และข้อกฎหมายที่อ้างหาตรงต่อรูปคดีนี้ไม่ จึงตัดสินยืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2475
นายเกษม อุทยานิน โจทก์
หม่อมบัว สวัสดิกุล ณ อยุธยา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเกษม อุทยานิน · จำเลย - หม่อมบัว สวัสดิกุล ณ อยุธยา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · พรหม · มนธา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระวรสารวินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา