คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับ หากจำเลยไม่มีทรัพย์สินให้ยึด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยแทนค่าปรับได้ แม้เจ้าหนี้จะเคยฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายแล้วแต่ได้ไม่เต็มจำนวนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
วิธีพิจารณาอาชญา
ศาลตัดสินให้จำคุกและใช้ทรัพย์แต่ไม่ได้บังคับให้จำแทนเจ้าทรัพย์ขอให้จำแทนได้เมื่อจำเลยไม่มีทรัพย์สินให้ยึด คนนอกสำนวนเป็นเจ้าทุกข์มีอำนาจยื่นคำร้องได้ เสียงใดฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินแล้วแต่ได้ไม่พอ ไม่ตัดสิทธิขอให้จำแทนในคดีอาชญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฉ้อโกงคดีถึงที่สุดศาลฎีกาพิพากษาทับสัตย์ศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยตาม ม. ๓๐๔ มีกำหนด ๓ เดือนกับ ให้ใช้ทรัพย์ ๑๐๐๐ บาท และโจทก์ก็ได้ฟ้องความแพ่งเรียกเงินจำนวนที่ศาลบังคับให้ใช้อีกด้วย และโจทก์ได้รับส่วนเฉลี่ยไปแล้ว ๔๓๐ บาท ๑๙ สตางค์ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้จำแทน
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ในคำพิพากษาที่บังคับให้จำเลยใช้ทรัพย์ ๑๐๐๐ บาท จะไม่ได้กล่าวว่า ถ้าจำเลยไม่ใช้ทรัพย์ให้จัดการตาม ม. ๑๘ ก็ดี เจ้าทรัพย์ก็มีอำนาจที่จะร้องขอให้ศาลบังคับจำเลยได้ ตาม ม. ๑๘-๙๒ และการที่ผู้ร้องได้ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยในทางแพ่งก็ไม่ตัดสิทธิที่จะขอให้บังคับตามมาตรา ๑๘ จึงตัดสินให้จำเลยจำแทนเงินที่ ขาดอยู่ ๕๖๙ บาท ๘๑ สตางค์ มีกำหนด ๑ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2475
กรมอัยยการ โจทก์
นางลอน ค้าสุวรรณ จำเลย
นางปาง เวปะลาน ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นางลอน ค้าสุวรรณ · ผู้ร้อง - นางปาง เวปะลาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · พรหม · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระสังขศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา