คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ร่วมกันกระทำความผิดโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ หรือรับของโจร หรือเพื่อให้ให้หลุดพ้นอาญา หรือเพื่อตวบเอาทรัพย์นั้น หรือเพื่อจะเอาทรัพย์นั้นคืนกระทำการดังกล่าวนั้น ถือเป็นความผิดฐานปล้น
ย่อคำพิพากษา
อย่างไรเรียกว่าตัวการกระทำผิดด้วยกัน
จำเลยกับพวก 3 คนไปด้วยกัน จำเลยลักทรัพย์แล้วส่งให้พวก 3 คนนั้น ครั้นเจ้าทรัพย์ติดตามจำเลยขู่จะทำร้าย แล้วจำเลยกับพวก 3 คนก็พาทรัพย์ไปด้วย กันดังนี้ เป็นความผิดฐานปล้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยกับพวก ๓ คนไปที่กระท่อม ต. จำเลยผู้เดียวเข้าไปในกระท่อม ส่วนอีก ๓ คนอยู่ห่างกระท่อมประมาณไม่เกิน ๒๐ วา แต่ไม่พบ ต. จำเลยจึงเดินกลับเลยจับเอากระบือของผู้มีซื่อซึ่ง ต. ยืมมาใช้ แล้วส่งให้พวกของจำเลย ๓ คนนั้นไป พวก ต.ออกติดตาม กระบือ คืน จำเลย ชักอาวุธขู่จะทำร้าย พวก ต.กลัว จึงกลับ จำเลยกับพวกก็พากระบือไป
ศาลฎีกาตัดสินว่า จำเลยกับพวก ๓ คนมีผิดฐานเป็นตัวการในการลักทรัพย์ด้วยกัน แลต้องรับผิดในการกรทะของกันแลกันซึ่งได้ทำไปเพื่อการลักนั้น แม้จำเลยผู้เดียวใช้อาวุธขู่จะทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์ก้ทำให้ความผิดเป็นฐานปล้นได้ตาม ม. ๓๐๑ โดยนับฎีกาที่ ๙๑๑/๒๔๗๓
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2475
อัยยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายหน่อ โทศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายหน่อ โทศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · พรหม · มนธา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาดุลยธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา