คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2475
ย่อคำพิพากษา
ผัวเมีย
กู้หนี้
ภรรยากู้หนี้สามีพูดขอผัดชำระ เรียกว่าสามีให้สัตยาบันรับรอง การให้สัตยาบันในเรื่องเงินนี้ไม่ต้องทำเป็นหนังสือก็ใช้ได้
พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พฤติการณ์อย่างไรจะเรียกว่าให้สัตยาบันโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยแพ้ความโจทก์เรื่องหนี้สินเงินกู้ โจทก์ส่งทรัพย์ที่จำเลยวางประกันต่อศาล ศาลประกาศขายทอดตลาด
ผู้ร้องเป็นสามีจำเลยร้องขัดทรัพย์ว่าสินบริคณห์ จำเลยมิได้รับอนุญาตจากผู้ร้อง โจทก์รับว่าเป็นสินบริคณห์จริง แต่ผู้ร้องทราบแลยินยอม
แต่ได้ความว่าเมื่อจำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ได้ไปทวงถาม ผู้ร้องได้ขอผัดการชำระหนี้จำเลยทำไว้
ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องได้ให้สัตยาบันรับรองหรือนุญาตในการกระทำของจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมสมบูรณ์ตาม ม. ๑๓๙ ผู้ร้องจะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ ส่วนที่ผู้ร้องเถียงว่าการรับรองต้องทำเป็นหนังสือจึงจะนับว่าเป็นสัตยาบันอันชอบนั้น เห็นว่าไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องทำเป็นเอกสาร ดังนั้น จะรับรองด้วยวาจาก็ใช้ได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2475
นางอิน ถือสัตย์ โจทก์
นางโกย อาริมนต์ จำเลย
นางช้อย อาริมนต์ ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอิน ถือสัตย์ · จำเลย - นางโกย อาริมนต์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางช้อย อาริมนต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิกรม · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงพิชัย+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยานนทธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา