คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2475
ย่อคำพิพากษา
ซ่อนเร้นทรัพย์เพื่อไม่ให้ถูกยึด
วิธีพิจารณาอาชญายอมให้แก้ฟ้องก่อนคำให้การได้ จำเลยมีส่วนควรได้ด้วยกัน ศาลตัดสินให้แบ่งกันตามส่วน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ที่พิพาททั้งหมดเป็นของโจทก์ แต่ปรากฏว่าที่นี้เป็นที่มฤดกของ ส.ซึ่งโจทก์จำเลยเป็นทายาทควรได้รับมฤดกด้วยกันดังนี้
ศาลฎีกาตัดสินให้แบ่งกันได้ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่ง ม. ๓๙ ข้อ ๒ คือ ให้แบ่งที่พิพาทเป็น ๓ ส่วนให้โจทก์จำเลยคนละส่วนเท่า ๆ กัน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2475
นางจู ส้มแก้ว โจทก์
นายพุ่ม ส้มแก้ว นายแสวง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจู ส้มแก้ว · จำเลย - นายพุ่ม ส้มแก้ว นายแสวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · พรหม · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสุวรรไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยามนธา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา