คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความฟ้องเรียกทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้คือ 10 ปี โดยไม่รวมถึงอายุความเรื่องฝากทรัพย์ เช่าทรัพย์ หรือยืมทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
อายุความฟ้องเรียกเงินที่จำเลยเรียกเอาไปยึดไว้มีกำหนด 10 ปี ลักษณรับฟ้องบทที่ 11 ซึ่งกล่าวถึงอายุความเรื่องฝากทรัพย์,เช่าทรัพย์ ยืมทรัพย์ ไม่กินความถึงคดีที่เรียกเอาทรัพย์ไปยึดไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๓ จำเลยได้เรียกเอาเงินส่วนได้ของโจทก์ที่ศาลตัดสินให้ไปยึดไว้โดยกล่าวว่าจะเอาไว้คิดหักค่าใช้จ่ายในการที่ได้ฟ้องความ แล้วจำเลยก็ไม่คืนให้ ครั้นวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ โจทก์ฟ้องเรียกเงินนั้นถ้านับตั้งแต่วันที่โจทก์ฟ้องเป็นเวลา ๙ ปี ๑๐ เดือน กับ ๑๙ วัน
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้ยังไม่ขาดอายุความและไม่เข้าลักษณะรับฟ้องบทที่ ๑๑ เพราะไม่ใช่เรื่องฝาก เช่าหรือยืมทรัพย์ให้จำเลยใช้เงิน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2475
นางม้วน บุญอ๋อง กับพวก โจทก์
หลวงอำนาจนรารักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางม้วน บุญอ๋อง กับพวก · จำเลย - หลวงอำนาจนรารักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · หริศ · พรหม. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเดิม - พระทิพย์เบญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระยาชัยธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา