คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้เสียหายรู้ตัวว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว และยังคงมอบทรัพย์สินให้แก่จำเลยเพื่อแลกกับทรัพย์สินที่ถูกลักไปนั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง
ย่อคำพิพากษา
ลักโคแล้วมารับเงินค่าไถ่โดยเจ้าทรัพย์รู้แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ลักเช่นนี้ไม่เป็นผิดฐานฉ้อ
พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ศาลเดิมลงโทษ 2 กะทง
ศาลอุทธรณ์ลงโทษกะทงเดียว ฎีกาได้ในกะทงที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินยก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงยุตติต้องกันว่า จำเลยกับพวกลักโคของ น.ไป ๒ โค ครั้นแล้ว จำเลยกลับมารับเงิน ๘๐ บาทจาก น.โดยหลอกลวงว่าจะคืนโค น.หลงเชื่อให้เงินไป จำเลยไม่คืนดังนี้
ศาลเดิมลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์แลฐานฉ้อ
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ได้เอาคำเท็จมาหลอกลวง เจ้าทรัพย์ส่งเงินให้จำเลยเพื่อแลกโคคืน หาได้ผิดหลงไม่ จำเลยไม่มีผิดฐานฉ้อ คงผิดฉะเพาะลักทรัพย์
ศาลฎีกาเห็นว่า คำหลอกลวงจำเลยมิได้ประกอบด้วยเอาความเท็จมากล่าวเพราะโคมีอยู่ที่จำเลยจริง แม้เจ้าทรัพย์เองก็ทราบเทียบฎีกาที่ ๑๐๖๘/๒๔๗๓ เป็นบรรทัดฐาน จึงให้ยกฎีกาโจทก์ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2475
อัยยการพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายลด เปรมจัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายลด เปรมจัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · หริศ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา