คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายอาญาหลายกรรมต่างกัน ศาลจะลงโทษทุกกรรมที่ได้กระทำไป โดยไม่คำนึงถึงว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันหรือไม่
ย่อคำพิพากษา
คดีที่จำเลยทำร้ายเขา 2 รายในเวลาใกล้ชิดกัน โจทก์แยกฟ้องเป็นสองสำนวนแลศาลแยกพิจารณาศาลอ่านคำตัดสินสำนวนหนึ่งให้ปรับแล้วอ่านอีกสำนวนหนึ่งให้ปรับแลจำคุกด้วยดังนี้ในสำนวนที่จำคุกจะรอการลงอาชญาไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ปัญหากฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยชกต่อย ช.ไม่ถึงบาดเจ็บแล้วจำเลยใช้ตะพดตี พ. บาดเจ็บในเวลาราว ๆ กันโจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยเป็นสองสำนวน
ศาลเดิมแยกการพิจารณา แลอ่านคำตัดสินในคดีที่จำเลยต่อย ช.ก่อนให้ปรับ๓๐ บาท ตาม ม. ๓๓๘ ข้อ ๓ แล้วอ่านคำตัดสินในคดีที่จำเลยตี พ. ให้จำคุก ๒ เดือนกับปรับ ๑๐๐บาท ตาม ม. ๒๕๔ แต่ให้รอการลงอาชญาไว้ตาม ม. ๔๑-๔๒
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดทั้งสองสำนวนนี้เป็นกรณีเดียวกัน แต่เป็นความผิดสองกะทงควรรอการลงอาชญาไว้
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้จะเรียกว่าเป็นกรรมอันเดียวแลทำในวาระเดียวกันไม่ได้ เมื่อโจทก์แยกฟ้องแลศาลแยกตัดสินเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วจะเรียกว่ากรณีย์เดียวกันไม่ถูก จึงให้ลงอาชญา จำคุกจำเลยโดยไม่รอ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2475
กรมอัยยการ โจทก์
นายคำ ขาวเวียง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · จำเลย - นายคำ ขาวเวียง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · หริศ · มนธา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา