คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566-570/2475
ย่อคำพิพากษา
คำของจำเลยด้วยกันที่นำสืบเพื่อหวังจะปลดเปลื้องให้ตนพ้นผิดนั้นยังไม่เป็นผิดฐานเบิกความเท็จ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.150
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมโจทก์แล ท. จำเลยเป็นจำเลยของพนักงานอัยยการซึ่งต้องหาว่าขับรถยนต์โดนกันในถนนพลวงตามคดีแดงที่ ๘๘๒/๒๔๗๕ ท. จำเลยกับพวกให้การว่ารถโจทก์ชนรถของ ท. แล ท.เป็นผู้ขับเอง ซึ่ง ความจริง ม. จำเลยเป็นผู้ขับรถของ ท. แลได้ชนรถโจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษฐานเบิกความเท็จ
ศาลเดิมให้จำคุกจำเลยตาม ม. ๑๕๖
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าในคดีก่อนนั้น โจทก์ก็ดีจำเลยก็ดีต่างก็นำสืบเพื่อหวังจะปลดเปลื้องให้ตนพ้นผิด แลตามหลักวิธีพิจารณาก็มีว่าศาลย่อมไม่รับฟังคำพะยานของจำเลยด้วยกันเองมาลงโทษจำเลย ถ้อยคำที่จำเลยเบิกความจึงไม่ใช่ข้อความสำคัญที่จะทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566 - 570/2475
นายวาฮิบบินงาหรือปาหรือฮบ (บังคับเนเดรลันด์) โจทก์
นางทองคำ วัชรปาน , นายฟู จำเลย
แสงเมืองปัก , นายมิ่ง พาตะคุ
นายบุญมี เกตุตะคุ, นายนี โสดตะคุ
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวาฮิบบินงาหรือปาหรือฮบ (บังคับเนเดรลันด์) · จำเลย - นางทองคำ วัชรปาน , นายฟู · พาตะคุ - แสงเมืองปัก , นายมิ่ง · โสดตะคุ - นายบุญมี เกตุตะคุ, นายนี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · วิกรม · มนู |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิริยาเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปรีชาฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา