คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2475
ย่อคำพิพากษา
อำนาจฟ้อง คนนอกสำนวนขอเข้าเป็นโจทก์เมื่อสืบพะยานไปแล้ว 1 ปาก คู่ความคนใดไม่อุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งย้อนสำนวนให้พิจารณาใหม่ ศาลสั่งให้ถอนชื่อผู้นั้นได้
เห็นว่าเป็นคำสั่งระวางพิจารณาตามฎีกาที่ย่อทราบเรียนมา+
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิม ล.ผู้เดียวเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามฐานบุกรุกเข้าไปตัดต้นยางในสวนโจทก์เสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าเป็นไม้ขึ้นอยู่ในป่า และจำเลยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแล้ว
โจทก์อ้าง ข.บุตรเขยเป็นพะยานซึ่งเบิกความว่าที่รายนี้ ล.ได้ยกกรรมสิทธิ์ให้แก่ตนแล้ว
ต่อมาภายหลัง ข.ยื่นคำร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย
ศาลเดิมยกฟ้องโจทก์โดยไม่สืบพะยานโจทก์ต่อไปอีก เพราะคำของโจทก์ฟังไม่ได้ แน่ว่า ที่พิพาทนี้เป็นของใคร
นางลี่ผู้เดียวอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลเดิมไม่ได้ชี้ขาดว่า ล. เป็นเจ้าของที่นี้หรือไม่ ทั้งไม่สืบพยานโจทก์ให้สิ้นกระแสความ จึงสั่งให้สืบพะยานโจทก์ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์และสั่งต่อไปให้ ข.ถอนชื่อออกจากเป็นโจทก์เสีย เพราะ ข.ไม่ได้ยื่นฟ้องอุทธรณ์ขึ้นมา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2475
นางลี นายช้อง โจทก์
นายวาส นายชื่น นายพัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลี นายช้อง · จำเลย - นายวาส นายชื่น นายพัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัส · พรหม · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระบรรจงวินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา