คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้คืนของกลางแก่จำเลยแล้ว โจทก์จะนำคดีเกี่ยวกับของกลางนั้นมาฟ้องร้องจำเลยอีกไม่ได้ แม้ว่ากฎหมายจะบัญญัติให้ริบของกลางนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เคยฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเรื่องมูลฝิ่นรายพิพาก แลศาลได้ตัดสินเด็ดขาดให้คืนมูลฝิ่นนี้แก่จำเลยไปครั้งหนึ่งแล้วโจทก์จะนำคดีเรื่องมูลฝิ่นรายพิพาทมาฟ้องร้องอีกไม่ได้ พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 มีผิดเกินบัญชีให้ริบแม้ศาลจะไม่ลงโทษจำเลย ตาม พ.ร.บ. ฝิ่นก็ดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีเรื่องมูลฝิ่นรายพิพาทนี้ จำเลยเคยถูกฟ้องครั้ง ๑ แล้วว่า จำเลยมีฝิ่นเถื่อน แต่ ศาลได้ตัดสินเด็ดขาดแล้วส่วนมูลฝิ่นนี้ให้คืนแก่จำเลยไป โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีขึ้นอีกว่าจำเลยมีมูลฝิ่นรายพิพาท เกินบัญชีผิดต่อกฎหมายขอให้ลงโทษแลริบมูลฝิ่น
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างว่าคดีโจทก์จะฟ้องขอให้ศาลวินิจฉัยมูลกรณีเดิมอีกไม่ได้แต่อย่างไรก็ดีเมื่อจำเลยมีมูลฝิ่นเกินบัญชีแลเกินเวลาอันสมควรส่งต่อรัฐบาล ย่อมเป็นการผิดกฎหมายขึ้น เพื่อมิให้การกระทำของจำเลยเป็นผิดต่อไป จึงให้ริบมูลฝิ่นของกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2475
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายย่งเซ็ง แซ่ตัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายย่งเซ็ง แซ่ตัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรี · นล · วิกรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิชิต · ศาลอุทธรณ์ - พระสุขุม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา