คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926-929/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินลงนามในที่ประชุมเพื่อขยายเขตถนนในตลาด ไม่ถือเป็นการสละที่ดินให้เป็นทางสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีการนำหลักไปปักโดยพลการ เจ้าของที่ดินมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้
ย่อคำพิพากษา
นายอำเภอเรียกประชุมเจ้าของที่เพื่อขยายเขตต์ถนนในตลาด เจ้าของที่ลงนาม ในประชุมด้วย ยังไม่พอฟังว่าเจ้าของที่สละที่ให้เป็นทางเดินไม่ได้ เพราะทำไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดินถ้านายอำเภอเอาหลักไปปักไว้ตามที่ตกลงนายอำเภอจะต้องใช้ค่าเสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โดยคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นนายอำเภอได้เรียกพวกเจ้าของที่ดินแลห้องแถวซึ่งอยู่ในตลาดมาประชุมเพื่อขยายทางเดินในตลาดให้กว้าง นางมุ้ย โจทก์ได้ลงชื่อในการประชุมนั้นด้วย ส่วนโจทก์อื่นอีก ๓ คน ไม่ได้มาประชุมและไม่ได้ลงชื่อ จำเลยได้ปักเขตต์ทางเดินห่างหน้าถังของพวกโจทก์ ๒ ศอก โดยตลอดทั่วกัน
ปัญหามีว่าฉะเพาะที่พิพาทซึ่งจำเลยได้ปักหลักเขตต์รุกที่ของพวกโจทก์ซึ่งใช้เป็นที่วางของขายมาช้านานเช่นนี้จะเป็นถนนหลวงหรือทางหลวงหรือไม่
ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่รายพิพาทนี้อยู่ในโฉนดของโจทก์ ๆ หรือผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ในการวางของขายเป็นการปกครองตลอดมาจึงไม่ใช่ทางหลวงหรือถนนหลวง ส่วนการที่นางมุ้ยโจทก์ได้ลงชื่อในการประชุมเจ้าของตลาดนั้น ยังไม่ถือว่านางมุ้ยได้สละกรรมสิทธิในที่รายนี้ให้เป็นทางหลวง เพราะไม่ได้ปฏิบัติกันตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ ร.ศ. ๑๒๗ จำเลยจึงไม่มีสิทธิเอาที่ดินของพวกโจทก์เป็นถนนหลวงได้ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รายละ ๑ บาท เพราะโจทก์ไม่ได้เสียหายอะไรเป็นแต่เพียงจำเลยเอาหลักไปปักกั้นเป็นเขตต์หวงห้ามไว้พอเป็นพิธีเท่านั้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926 - 929/2475
นายกี่ นางโจ๊ นางมุ้ย นางชุ่ม โจทก์
รองอำมาตย์เอกหลวงชลธาร ฯ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกี่ นางโจ๊ นางมุ้ย นางชุ่ม · จำเลย - รองอำมาตย์เอกหลวงชลธาร ฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · วิกรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา