คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลแจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่าผู้อื่นกระทำความผิด แต่เจ้าพนักงานได้ทำการไต่สวนแล้วไม่เชื่อพยานหลักฐานของผู้แจ้งความนั้น ไม่ถือว่าผู้แจ้งความได้แจ้งความเท็จอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องต่ออำเภอว่ากำนันทำผิดหน้าที่ แต่อำเภอไต่สวนแล้วไม่เชื่อพะยานจำเลยดังนี้ จะหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จเป็นเหตุให้กำนันถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมจำเลยยื่นคำร้องต่ออำเภอหาว่า บ.กำนันเปรียบเทียบความอาชญาระวาง ส.โจทก์หาว่า ก.ลักจอบโดยให้ ก.สาบาล ถ้าสาบาลได้ให้เลิกกัน แล้วเรียกค่ายอมฝ่ายละ ๑ บาท เป็นประโยชน์ส่วนตัว หาส่งให้อำเภอไต่สวนไม่ บ.ถูกกรมการอำเภอเรียกมาไต่สวนอยู่ ๔ - ๕ ชัวโมง บ.ปฏิเสธข้อหา อำเภอเชื่อ บ. จึงปล่อย บ.ไป โจทก์จึงขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ เป็นเหตุให้ บ.ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง ตาม ม. ๑๑๘ - ๑๕๘ - ๒๗๐
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีเดิมจำเลยก็มีพยานมาสืบสมข้อหา หากแต่อำเภอไม่เชื่อดังนี้จะแปลว่าจำเลยแจ้งความเท็จโดยเจตนาหรือประมาทไม่ได้ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2475
อัยยการสุรินทร โจทก์
นายดั่น สุจินพรำ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุรินทร · จำเลย - นายดั่น สุจินพรำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · หริศ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา